
ยืนกรานไม่สอบเพิ่มโกงข้าว
ป.ป.ช.ปิดประตูอัยการสูงสุด ไม่ขอสอบเพิ่ม คดียิ่งลักษณ์ทุจริตจำนำข้าว
ป.ป.ช.ปิดประตูอัยการสูงสุด ไม่ขอสอบเพิ่ม คดียิ่งลักษณ์ทุจริตจำนำข้าว
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ป.ป.ช.ยังยืนยันในหลักการเดิมว่า ป.ป.ช.ได้ไต่สวนพยานหลักฐานต่างๆ ในคดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในส่วนของคดีอาญาครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
“แม้ฝ่ายอัยการสูงสุดอยากให้มีการสอบพยานบุคคลและหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมอีก แต่ ป.ป.ช.คงไม่สอบเพิ่มให้อีก เพราะประเด็นที่ต้องการให้สอบไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.จะนำสิ่งที่คณะทำงานฝ่ายอัยการสูงสุดเสนอมา เข้าหารือในที่ประชุมคณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช.อีกครั้งในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป” เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าว
ทั้งนี้ นายสรรเสริญ กล่าวว่า สิ่งที่ฝ่ายอัยการสูงสุดแถลงมาล่าสุดนั้น ยังไม่ทราบว่าจะฟ้องคดีดังกล่าวให้ ป.ป.ช.หรือไม่ แต่ถือว่ามีความชัดเจนมากขึ้น เพราะถ้าอัยการสูงสุดยังยืนยันในหลักการเดิม ขณะที่ ป.ป.ช.ก็ยืนยันในจุดยืนของตัวเอง ก็แสดงว่าคงหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ ถ้าอัยการสูงสุดต้องการให้สอบเพิ่มเติมเกินกว่ากรอบที่ ป.ป.ช.วางไว้ ป.ป.ช.ก็ไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอความชัดเจนจากฝ่ายอัยการสูงสุดในการประชุมคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุดในนัดสุดท้ายว่าจะฟ้องคดีให้ ป.ป.ช.หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าจะประชุมคณะทำงานร่วมเมื่อใด
นายสรรเสริญ กล่าวว่า กรณีที่อัยการสูงสุดต้องการให้ ป.ป.ช.สอบเพิ่มเติมการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีจริงหรือไม่ เนื่องจากพยานบางปากให้การขัดกันเองนั้น ไม่เกี่ยวกับประเด็นการชี้มูลความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลย และไม่มีอยู่ในสำนวนด้วย
“เพราะกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องการไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการจำนำข้าว แต่เรื่องจีทูจีอยู่ในสำนวนคดีทุจริตซื้อขายข้าวจีทูจี ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นคนละสำนวนกัน จึงสงสัยว่า อัยการสูงสุดติดใจอยากให้สอบเพิ่มเติมเรื่องการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีในประเด็นอะไร” นายสรรเสริญ กล่าว
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ได้รับความเห็นของอัยการสูงสุดที่ขอให้สอบพยานเพิ่มเติมแล้ว เบื้องต้นจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือในที่ประชุมร่วมระหว่าง ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด วันที่ 16 ธ.ค.นี้ รวมถึงการหารือร่วมกันของคณะทำงานร่วม 2 ฝ่าย ครั้งที่ 4 ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นภายในเดือนนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากเป็นพยานใหม่ที่ไม่เคยสอบมาก่อนก็ไม่ขัดข้อง ทั้งนี้หากการประชุมร่วมครั้งสุดท้าย
ไม่ได้ข้อยุติ ป.ป.ช.จะดำเนินการยื่นฟ้องเอง
นอกจากนี้ นายเมธี ครองแก้ว อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การพิจารณาของคณะทำงานร่วมในการฟ้องคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทุจริตจำนำข้าว ถือว่าล่าช้ามาก และคดีนี้ ป.ป.ช.มีความรับผิดชอบทำสำนวน ส่วนสำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่ในเรื่องพิธีการเอกสาร จึงไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่อัยการสูงสุดจะไม่ส่งฟ้อง
อีกทั้งเรื่องนี้ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ส่งฟ้อง สุดท้ายศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเป็นผู้วินิจฉัยเอง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด แถลงว่า ป.ป.ช.ต้องสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมกรณีการขายข้าวแบบจีทูจีด้วย







