เลือก"นายกฯ-ครม."ตรงประชาชนได้ประโยชน์กว่า
"สมบัติ”ย้ำเลือกนายกฯ-ครม.ตรงประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า ฝ่ายการเมืองต้องถูกตรวจสอบการทำงานเข้มข้น
"สมบัติ”ย้ำเลือกนายกฯ-ครม.ตรงประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า ฝ่ายการเมืองต้องถูกตรวจสอบการทำงานเข้มข้น
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวในงานเสวนา เรื่อง “ปฏิรูปอย่างไร ให้ก้าวไกลมั่นคง” จัดโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ตอนหนึ่งว่า สำหรับข้อเสนอที่ให้เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง มีคนมองว่าได้นำโมเดลของประเทศอิสลาเอลที่ล้มเหลวมาปรับใช้ ซึ่งเหตุผลของความล้มเหลวในระบบเลือกตั้งนายกฯโดยตรงนั้น คือ ทรัพยากรและความอุดมสมบูรณ์แตกต่างชัดเจนในพื้นที่ เพราะประชากรกว่า 8 ล้านคนมีความร่ำรวย
ส่วนการเมืองภายในประเทศใช้ระบบรัฐสภา ให้ประชาชนเลือก สส. จำนวน 120 คน และให้สส.จัดตั้งรัฐบาล เลือกประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกฯ แต่ด้วยความหลากหลายดังกล่าวนั้น ทำให้พรรคการเมืองในรัฐสภามีแต่พรรคเล็ก และรัฐบาลเป็นแบบผสม ทำให้ขาดเสถียรภาพ และประเด็นการเลือกนายกฯโดยตรงมีเงื่อนไข คือ นายกฯต้องเป็นสส. ดังนั้น ต้องให้มีการเลือกตั้งสส.เสร็จสิ้นก่อนถึงเลือกนายกฯได้
ทั้งนี้ ให้นายกฯเลือกสส.ในสภามามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยผ่านความเห็นชอบของสภา ประเด็นที่สร้างความขัดแย้งในสภา คือ ความเห็นที่แตกต่างกัน เมื่อเปลี่ยนระบบมาเป็นนายกฯจากการเลือกตั้งทางตรง ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง และปัญหาอื่นๆได้ จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศอิสลาเอลยกเลิกการเลือกตั้งนายกฯโดยตรง
“ผมขอตำหนิคนในสังคมไทยอย่าสรุปอะไรง่ายไปหน่อย มีบางคนที่พูดความจริงไม่หมดออกไป ทำให้คนฟังแล้วเชื่อ คนไทยก็แปลกฟังแล้วเชื่อทันที ไม่ค้นคว้าหาความรู้ต่อ ในเวทีรับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในตอนท้ายของการรับฟัง ได้สำรวจความเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งนายกฯโดยตรง พบว่า 70% เห็นด้วย ขณะที่ นิด้าโพลล์ 66% เห็นด้วยกับการเลือกนายกฯโดยตรง และ 72% เห็นด้วยกับการเลือกครม.โดยตรง”นายสมบัติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีหลายประเทศที่ใช้ระบบนี้แล้วประเทศเจริญได้ดี ส่วนสส.ไทยมาจากการเลือกตั้ง โดยมีข้อเท็จจริงที่สามารถยืนยันได้ว่ามาจากการซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนมาก ดังนั้น หากสส.มาจากการซื้อเสียง เท่ากับผิดกฎหมาย แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จับไม่ได้ เมื่อให้อำนาจสส.ที่ทำผิดกฎหมายเลือกนายกฯ ทำให้นายกฯต้องดูแลสส. ด้วยการจัดงบประมาณลงจังหวัดที่สส.อยู่
นอกจากนั้น หากมีรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากเด็ดขาดในรัฐสภา จะทำให้เกิดการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ และทำให้การตรวจสอบในรัฐสภาอ่อนแอ ดังนั้น การประยุกต์หลักแบ่งแยกอำนาจมาใช้ โดยอยู่ภายใต้โครงสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยพระมหากษัตริย์ยังใช้อำนาจผ่านกลไกต่างๆคงเดิม
ส่วนการแบ่งแยกอำนาจ คือ ให้ฝ่ายบริหารทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว โดยรัฐธรรมนุญ 2540 เคยมีการนำหลักการประยุกต์มาใช้ คือ เมื่อสส.ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ต้องลาออกจากสส.ทันที เพื่อมีหลักการแบ่งแยกอำนาจ , ฝ่ายนิติบัญญัติ เขียนกฎหมาย รวมถึงกฎหมายการเงิน และมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารเท่านั้น ไม่มีสิทธิเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร แม้แต่เลขานุการรัฐมนตรี
ขณะที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ต้องมี เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงเวทีปาหี่เท่านั้น แต่บทบาทการตรวจสอบฝ่ายการเมืองที่ประพฤติมิชอบต้องส่งให้ศาลคดีการเมือง หรือ ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง หากพิจารณาแล้วพบว่าผิดจริงต้องเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
สำหรับข้อเสนอดังกล่าวเห็นว่าเป็แนวทางที่ตรงกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ตกผลึก เช่น การทำบัญชี คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่สามารถถูกถอดถอน หรือเปลี่ยนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ มีคนเสนอว่านายกฯ สามารถแต่งตั้งครม.จากบัญชีรายชื่อได้ และสามารถเลือกบุคคลภายนอกเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่เกิน 1 ใน 5 ของจำนวนบัญชีรายชื่อได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม การประชุมกมธ.ปฏิรูปการเมือง มีหลายประเด็นที่พูดคุยกัน เช่น ขอให้สำนักสถิตินำประเด็นไปสำรวจประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ว่าประชาชนเอาด้วยหรือไม่กับการเลือกตั้งนายกฯโดยตรง เพื่อเป็นตัวชี้วัด โดยมีข้อเสนอว่าหากประชาชนไม่เห็นด้วย พร้อมจะถอนข้อเสนอดังกล่าว แต่หากประชาชนข้างมากเห็นด้วย จะยื่นข้อเสนอนี้ให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องนำไปยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะบิดพริ้วไม่ได้ ส่วนตัวได้ระบุว่าจะไปบังคับให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้เขียนรัฐธรรมนูญแบบนั้นไม่ได้ แต่หากให้ถอนข้อเสนอนั้นทำได้ เพราะสปช. มีหน้าที่ทำข้อเสนอเท่านั้น”นายสมบัติ กล่าว
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเคยทำการวิเคราะห์ว่าหลัง 2568 สังคมไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น มีประชากรในเขตเทศบาล 37 ล้านคน มีประชากรอยู่นอกเขตเทศบาล 29 ล้านคน จากข้อมูลนี้พบว่าคนที่อยู่ในเมืองส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องซื้อสิทธิขายเสีย ดังนั้น การเลือกตั้งฝ่ายบริหารโดยตรง จึงเป็นโอกาสดีที่จะเลือกได้ว่าต้องการให้ใครเป็นรัฐบาล เสียงประชาชนนจะมีความหมายมากขึ้น
“จุดแข็งของการแบ่งแยกอำนาจและการเลือกนายกฯโดยตรง ประชาชนจะรู้ว่าใครจะเป็นนายกฯหรือครม. ฝ่ายบริหารจะทำหน้าที่บริหารอย่างเดียวไม่ต้องเสียเวลาในการออกกฎหมาย ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจะมีเสถียรภาพอยู่ครบวาระ ถ้าหากฝ่ายบริหารประพฤติมิชอบ ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบแล้วฟ้องศาลการเมืองได้เลยหากพบว่ามีความผิด ให้กำหนดกลไกไม่ให้กลับมาสู่การเมืองได้อีก”นายสมบัติ กล่าว







