posttoday
สปช.เปิดพิมพ์เขียวปฏิรูป

สปช.เปิดพิมพ์เขียวปฏิรูป

13 ธันวาคม 2557

ย้ำเลือกนายกฯทางตรง หาช่องปิดทางบ้านเลขที่111และ109คืนสนามการเมือง นัดถกใหญ่15-17ธ.ค.

ย้ำเลือกนายกฯทางตรง หาช่องปิดทางบ้านเลขที่111และ109คืนสนามการเมือง นัดถกใหญ่15-17ธ.ค.

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) นัดประชุมสปช. วันที่ 15-17 ธ.ค. เพื่อพิจารณารายงานข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญประจำสภาจำนวน 18 คณะ ทั้งนี้รายงานดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.คณะกมธ.ปฏิรูปด้านการเมือง เสนอให้ประชาชนเลือกตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยตรง โดยให้พรรคการเมืองระบุชื่อนายกรัฐมนตรีและครม.ทั้งคณะ หากปรากฏว่าการเลือกครม. รอบแรกไม่มีผู้สมัครคณะใดได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งให้นำคณะที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งและสองมาเลือกตั้งใหม่ ภายในเวลาที่กำหนด ในระหว่างการเลือกตั้งให้มีรัฐบาลรักษาการณ์ โดยให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รักษาการณ์แทนรัฐมนตรี ส่วนการเลือกตั้งส.ส.กำหนดให้มีส.ส. 350 คน โดยใช้ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้ ส่วนที่มาส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน และเลือกจากกลุ่มองค์กรวิชาชีพและกลุ่มอาชีพอื่นๆ อีก 77 คน รวมทั้งหมด 154 คน นอกจากนี้เสนอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีอำนาจฟ้องคดีได้เอง ไม่ต้องผ่านอัยการ และให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ และควรตั้งศาลว่าด้วยคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

ส่วนการยุบพรรคการเมืองคณะกมธ.การเมืองฯ เห็นว่าควรยุบได้เฉพาะกรณีที่มีการกระทำความผิดร้ายแรง ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ ทั้งนี้เมื่อมีคำพิพากษาของศาลยุติธรรมถึงที่สุด และเรื่องการสร้างความปรองดองนั้น พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองห้ามกระทำการใดๆ ที่ทำลายความเป็นเอกภาพของชาติหรือสร้างความขัดแย้งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน

2.คณะกมธ.บริหารราชการแผ่นดิน เสนอให้ควรจัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรมและธรรมาภิบาลแห่งชาติ เพื่อรับผิดชอบพัฒนาระบบและกลไก ที่สำคัญเกี่ยวกับการใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากนี้ควรกำหนดแนวทางในการจำกัดอำนาจและปรับลดบทบาทภาครัฐลง รวมทั้งลดการแทรกแซงของภาครัฐในกลไกตลาด และการบริหารราชการแผ่นดินต้องมีการจัดแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ชาติและประชาชนแท้จริง ไม่ใช่ยึดตามนโยบายพรรคการเมืองในการหาเสียงจนขาดความต่อเนื่องและรอบคอบ

3.คณะกมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เสนอให้รัฐจัดให้มีมาตรการที่เด็ดขาด ในการป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ห้ามมิให้ข้าราชการที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ข้าราชการอื่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐไปดำรงตำแหน่งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เว้นแต่หน่วยงานที่ถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจนั้น ให้เข้าไปดำรงตำแหน่งได้เท่าที่จำเป็น และให้มีศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลอุทธรณ์ โดยให้เป็นระบบศาล 2 ชั้น

4.คณะกมธ.ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เสนอให้รัฐต้องส่งเสริมความเป็นอิสระทางการคลังของท้องถิ่น โดยจัดให้มีระบบคู่ขนาน คือการจัดสรรงบประมาณตามพื้นที่ ควบคู่การจัดสรรงบประมาณตามภารกิจ ภายใต้หลักการที่มุ่งสร้างความยืดหยุ่นคล่องตัวให้ท้องถิ่น ซึ่งรายได้ของรัฐที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นใดให้ขึ้นบัญชีเป็นรายได้ท้องถิ่นนั้น ทั้งนี้รายได้ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นให้จัดสรรแก่ท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 60% 

5.คณะกมธ.ปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เสนอให้มีคณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์การศึกษาและวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นองค์กรอิสระ ที่ปราศจากการแทรกแซงจากกลุ่มผลประโยชน์

6.คณะกมธ.ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เสนอให้บุคคลพึงแสดงสถานะรายได้ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้มีรายได้ไม่เพียงพอได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ และให้ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี โดยผู้เสียภาษีมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย เสียภาษีไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดอย่างเป็นธรรม ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องและแน่นอน ให้สามารถอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษีได้ รวมทั้งได้รับความคุ้มครองในสิทธิส่วนบุคคลด้วย และรัฐต้องจัดให้มีระบบบำเหน็จบำนาญของประชาชน โดยต้องคำนึงถึงความเพียงพอในการยังชีพหลังเกษียณและไม่เป็นภาระทางการคลัง เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ 

7.คณะกมธ.ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เสนอให้รัฐต้องกำหนดนโยบายและมาตรการ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์แห่งชาติ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยอาจกำหนดเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ให้ครัวเรือนกลุ่มที่มีรายได้น้อยที่สุด 10% ให้มีรายได้เฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อปี และปรับปรุงกฎหมายการค้าเพื่อป้องกันการผูกขาดทางการค้า

8.คณะกมธ.ปฏิรูปพลังงาน เสนอให้ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่นๆ เป็นทรัพยากรของชาติ มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ และต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น นอกจากนี้ต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยราคาพลังงานที่ผู้บริโภคจ่ายต้องไม่อยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการกิจการพลังงานได้กำไรเกินควร แต่ไม่ถึงกับทำให้ผู้ประกอบการต้องขาดทุน และราคาพลังงานต้องสะท้อนต้นทุนแท้จริง

9.คณะกมธ.ปฏิรูประบบสาธารณสุข เสนอให้รัฐสนับสนุนและจัดสรรทรัพยากร สำหรับบริการสาธารณสุขให้เพียงพอและยั่งยืน สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจและสังคม โดยคำนึงถึงมาตรฐานความทั่วถึง ความเป็นธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

10.คณะกมธ.ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอให้รัฐจัดให้มีระบบและแผนบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้สามารถเอื้อประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายจริงจัง เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงการใช้ประโยชน์และทรัพยากรอย่างเท่าเทียม และต้องมีการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมเพื่ออำนวยความยุติธรรม และเป็นกลไกในการทำหน้าขจัดปัญหาความขัดแย้งด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

11.คณะกมธ.ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ เสนอให้รัฐธรรมนูญต้องประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงสิทธิการรับรู้และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐอย่างทั่วถึงและความเสมอภาค ทั้งนี้สื่อมวลชนย่อมได้รับหลักประกันความเป็นอิสระ ที่จะไม่ถูกครอบงำและแทรกแซงจากอำนาจรัฐและทุน นอกจากนี้ต้องส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมตรวจสอบการทำงานของสื่อ และต้องกำกับดูแลการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง เพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้ในสังคม

12.คณะกมธ.ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส เสนอให้รัฐธรรมนูญต้องรับรองการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการ และสภาพแวดล้อมอันเป็นสาธารณะ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การขนส่ง ข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการบริการอื่น รวมทั้งการช่วยเหลืออย่างสมเหตุสมผล ปราศจากการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

13.คณะกมธ.ปฏิรูปแรงงาน เสนอให้รัฐต้องมีระบบประกันสังคมที่คุ้มครองแรงงานที่ขาดรายได้ และส่งเสริมการออมในหมู่ผู้ใช้แรงงานไทย และต้องมีระบบความปลอดภัยในการทำงาน ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม โดยต้องให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองแรงงานสตรีที่มีภาระครอบครัว และกลุ่มแรงงานเปราะบางอื่นๆ

14.คณะกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมิชอบ เสนอให้ประชาชนมีหน้าที่สอดส่องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับ ทั้งนี้เสนอให้รัฐต้องจัดให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบไม่ให้ผู้เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและกระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองเด็ดขาด และมีกลไกตรวจสอบความประพฤติ และการปฏิบัติของผู้นำและผู้ดำรงทางการเมือง

15.คณะกมธ.ปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา เสนอให้ต้องมีแผนแม่บทระดับชาติ เพื่อพัฒนาและสนับสนุนการสร้างงานศิลปะ รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และต้องจัดตั้งองค์กรสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยดึงทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

16.คณะกมธ.ปฏิรูปการกีฬา เสนอให้รัฐต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาการกีฬาเพื่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต จิตใจ รวมทั้งสร้างความสามัคคีและความภาคภูมิใจของคนในชาติ รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความเป็นเลิศและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

17.คณะกมธ.ปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา เสนอให้รัฐต้องส่งเสริมให้มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อปฏิรูปสังคมไทยให้เกิดฐานความรู้ที่ถูกต้อง โดยรัฐต้องจัดสรรงบประมาณในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายของแผนการพัฒนาประเทศ

18.คณะกมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เสนอให้กำหนดให้มีองค์การคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากรัฐ เพื่อให้สิทธิผู้บริโภคได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง และให้จัดตั้งศาลคดีผู้บริโภคในศาลยุติธรรม ซึ่งมีผู้พิพากษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญกฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภค โดยผู้พิพากษาต้องมีบทบาทเชิงรุกเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้เสียเปรียบในการดำเนินคดี

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี