posttoday
ค้านนิรโทษคนฉีกรธน. เสนอสภาเลือกนายกฯ

ค้านนิรโทษคนฉีกรธน. เสนอสภาเลือกนายกฯ

13 ธันวาคม 2557

ความเคลื่อนไหวของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตลอด เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตลอด เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีถึง 3 ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วย 1.การเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย (พท.) 2.การประชุมคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณารายงานของคณะอนุ กมธ.คณะที่ 3 ว่าด้วยผู้แทนที่ดี ผู้นำการเมืองที่ดี แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รัฐสภา และคณะรัฐมนตรี ที่มี สุจิต บุญบงการ เป็นประธาน และ 3.การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาส่งความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ

ในด้านการเสนอความคิดเห็นของพรรคเพื่อไทยนั้น ปรากฏว่า “โภคิน พลกุล” คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค นำเสนอทั้งหมด 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ให้บัญญัติว่าการนิรโทษกรรมในการล้มล้างรัฐธรรมนูญไม่อาจทำได้ 2.เสริมสร้างความปรองดองสร้างที่เป็นรูปธรรม ออกกฎหมายให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลได้ภายใต้หลักสุจริต ยกเลิกความผิดของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามมาตรา 237 ในรัฐธรรมนูญปี 2550

3.ขจัดทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินให้สาธารณชนได้รับทราบ และ 4.ปฏิรูปประเทศในระยะเวลาเฉพาะหน้าในเวลา 1-4 ปี เสริมสร้างสมานฉันท์ ขจัดทุจริต ลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ไขสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

ค้านนิรโทษคนฉีกรธน. เสนอสภาเลือกนายกฯ

 

ด้านการประชุมคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนรายงานของคณะอนุ กมธ.คณะที่ 3 ซึ่งมี สุจิต บุญบงการ เป็นประธาน นั้น ทางคณะอนุ กมธ.มีความเห็นเกี่ยวกับการได้มาซึ่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่าจะต้องมาจากการเลือกของสภาผู้แทนราษฎร มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งได้เพียง 2 วาระ วาระละไม่เกิน 4 ปี

นอกจากนี้ คณะอนุ กมธ.คณะที่ 3 ยังเสนอให้คณะรัฐมนตรีต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาเพิ่มมากขึ้น ให้มีการออกกฎหมายคณะรัฐมนตรี (Cabinet Law) ป้องกันไม่ให้รัฐมนตรีปฏิเสธความรับผิดชอบ

ส่วนการเลือกตั้ง สส. ทางคณะอนุ กมธ.คณะที่ 3 เสนอให้ สส.มีจำนวนในสัดส่วน สส.1 คนต่อประชากร 2 แสนคน ไม่บังคับให้ สส.ต้องสังกัดพรรค ให้มีการเลือกตั้ง สส. 2 รูปแบบ ได้แก่ ระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งระบบบัญชีรายชื่อจะต้องไม่กีดกันพรรคการเมืองขนาดเล็ก และกำหนดให้ สว.มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยห้ามดำรงตำแหน่งติดต่อกัน 2 วาระ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า สาเหตุที่คณะอนุ กมธ.คณะที่ 3 เสนอให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกของสภา เพราะเห็นว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยเป็นระบบแบ่งแยกหน้าที่และถ่วงดุลตรวจสอบอำนาจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การแบ่งแยกอำนาจโดยเด็ดขาด ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าการแบ่งแยกอำนาจโดยเด็ดขาดใช้กับระบบเลือกตั้งประธานาธิบดีและไม่เหมาะกับประเทศไทย

ขณะที่การประชุม สนช.เพื่อพิจารณาส่งรายงานรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 1 เพื่อให้คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จบลงด้วยการที่ สนช.มีมติ 160 เสียง เห็นชอบให้ส่งความเห็นของ สนช.ไปยังคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าบรรยากาศการประชุม สนช.ในเรื่องดังกล่าวมีสมาชิก สนช.ใช้สิทธิอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพียง 5 คนเท่านั้น ประกอบด้วย ธานี อ่อนละเอียด โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ เจตน์
ศิรธรานนท์ บัญญัติ จันทน์เสนะ และ สาธิต ชาญเชาวน์กุล

ภาพรวมของการอภิปรายของสมาชิก สนช.ต่างมีความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรนำข้อดีและข้อเสียของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2550 นำมาประยุกต์ใช้ และต้องสร้างระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้ความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งต้องเพิ่มหมวดสิทธิและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน

สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะ กมธ.วิสามัญ รวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า สนช.จะส่งมอบรายงานฉบับนี้ให้กับคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 16 ธ.ค. ซึ่งในอนาคต สนช.จะต้องมีการเสนอความคิดเห็นไปยังคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมอีกต่อไป โดยคิดว่าในอนาคตน่าจะมีรายละเอียดและความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี