posttoday
"สมคิด"ชูโมเดลเกาหลีใต้ปฏิรูปไทย

"สมคิด"ชูโมเดลเกาหลีใต้ปฏิรูปไทย

13 ธันวาคม 2557

“ที่ปรึกษาคสช.”ชูโมเดลเกาหลีใต้เน้นขจัดทุจริตมาใช้ปฏิรูปประเทศไทย พร้อมผลักดันภาคประชาชนให้เข้าถึงข้อมูล

“ที่ปรึกษาคสช.”ชูโมเดลเกาหลีใต้เน้นขจัดทุจริตมาใช้ปฏิรูปประเทศไทย พร้อมผลักดันภาคประชาชนให้เข้าถึงข้อมูล

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สานพลัง ปฏิรูปสังคม ให้ชุมชนเข้มแข็ง” ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ว่า การเริ่มต้นปฏิรูปวันนี้ (13ธ.ค.) ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะเป็นเวลาทรงความหมายอย่างสูงทางประวัติศาสตร์ประเทศไทย

นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้แนวคิดการปฏิรูปประเทศ ถือเป็นประเด็นของการบริหาราชการแผ่นดิน เป็นศูนย์กลางความสนใจคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศ ที่อยาเห็นการพลิกประเทศให้ดีขึ้น การปฏิรูปชีวิตความเป็นอยู่สู่ความสุขสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งมีอยู่สูงมาก ขณะเดียวกัน ต่างรู้ว่าความคาดหวังการปฏิรูปนี้มีมานาน พูดกันมาก แต่ไม่เคยสำเร็จจริงๆ

“สมัยเรียนผมอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้น เข้ามาทำการเมือง เข้ามาฟื้นเศรษฐกิจ ทำงานการเมือง 6 ปี เคยออกมาเตือนหลายครั้ง ว่าประเทศนี้ต้องการปฏิรูป แต่เหตุการณ์ผ่านมาวันนี้นับสิบปี ผ่านรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย แต่ไม่เคยเห็นเป็นรูปธรรม อย่างดีเห็นรายงานปฏิรูปอย่างไร ข้ออ้างมากที่สุดประการหนึ่ง โอกาสมันไม่เปิด พวกเราคิดเลยว่าปกติการปฏิรูปหมายถึงการเปลี่ยนเปลง แต่ในทางการเมืองสิ่งสำคัญทำอย่างไรให้ชนะเลือกตั้ง 1 -2 ปี จะกลับมาบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไร ดังนั้น ความจตั้งใจจริงการปฏิรูปจึงเป็นเรื่องรอง”นายสมคิด กล่าว

อย่างไรก็ตาม วันนี้โอกาสเปิด เมื่อเกิดวิกฤตประเทศ จึงเป็นโอกาสปฏิรูป ดังนั้น อุปสรรคข้อนี้ตกไป แต่ทำได้หรือไม่ อีกเรื่องหนึ่ง ข้ออ้างที่สอง ผู้นำไม่ได้มุ่งมั่นปฏิรูปแท้จริง เพราะการปฏิรูปต้องเริ่มจากผู้นำ ที่จะสามารถบอกปัญหา ชี้ทิศทาง กระตุ้นคนให้เห็นร่วมกันถึงจะทำได้ แต่ที่ผ่านมาวงการเมืองความจริงใจมี ความจริงจังไม่แน่ใจ แต่ขณะนี้ ความจริงจัง จริงใจ ตั้งใจ ที่จะให้มีการปฏิรูป เริ่มเห็น
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าผู้นำประเทศประกาศแน่วแน่ต้องการปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย แต่ครั้งนี้เกิดขึ้น โดยมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธาน โดยมีตนเป็นกรรมการสรรหาสปช. ซึ่งส่วนตัวรับชอบด้านสังคัม และเน้นบุคคลมีความเชียวชาญด้านนั้น และเป็นตัวกลางนำข้อมูลไปถึงสปช. เมื่อการปฏิรูปคอร์รัปชัน นายกฯประกาศเอาจริง

นายสมคิด กล่าวต่อว่า คสช.จะเป็นตัวขับเคลื่อนการปฏิรูปคอร์รัปชันแท้จริง วันนี้ข้ออ้างผู้นำขาดความตั้งใจคงไม่ใช่ และหากปฏิรูปไม่ได้จะโทษสองข้อแรกไม่ได้ แต่ข้อสำคัญ ไม่มีประเทศไหนปฏิรูปได้ ถ้าพลังพลเมืองไม่เอาจริง เพราะการปฏิรูปไม่ได้อยูที่สปช. แต่อยู่ที่ภาคพลเรือนช่วยกัน ภาคพลเมืองของไทยในความเป็นจริง ยังมีข้อจำกัดต้องปรับปรุง พัฒนา แก้ไข เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยถูกผลักดัน

นายสมคิด กล่าวว่า ประการแรก ขาดการรวมตัวเหนี่ยวแน่น บริหารจัดการเป็นระบบ มีมวลชน ผู้นำองค์กร แม้จะประสานกัน แต่ยังหละหลวมและเฉพาะกิจ มวลหมู่ประชาชนเหมือนน้ำ น้ำที่ขังจุดต่างๆเป็นพันจุด ไม่ต่างจากน้ำที่ขังนิ่ง แต่ถ้าทำให้รวมได้ จะก่อให้เกิดพลังมหาศาล เช่น ชลประทาน แต่วันนี้ที่ขาดบริหารจัดการ

นอกจากนี้ ขาดข้อมูล ความรู้ การสื่อความระหว่างมวลชน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญระดับชาติ ซึ่งเหนือกว่าชุมชน ที่ผ่านมาให้ความสำคัญเข้มแข็งกับชุมชน แต่สิ่งเหล่านี้เกิดได้ต้องมีข้อมูล องค์กรต้องเชื่อมโยงกัน ไม่ต้องเป็นหนึ่ง งบประมาณที่มีอยู่ต้องทุ่มลงไปเพื่อให้เกิดการสื่อสารได้ เช่น โซเชียลมีเดีย โทรทัศน์ เมื่อขาดข้อมูล ความเข้าใจร่วมกันระดับชาติ ก็ทำให้ขยับลำบาก เพราะขาดความเข้าใจ

“การปฏิรูปแม้มีความตั้งใจ แต่กิจกรรมการปฏิรูปไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไร ถกอะไรกัน เพราะความรู้ เข้าใจ ไม่เพียงพอ ยกตัวอย่าง ฟิลิปินส์ มีพลังประชาชนเข้มแข็ง โค้นล้มรัฐบาลมากอส แต่ไม่สามารบริหารจัดการได้ เสียเวลาไป 30-40 ปี ทั้งที่มีมวลชนมหาศาล ทุกอย่างกลับเหมือนเดิมคือทุจริตคอร์รัปชัน แต่วันนี้อาคีโนเอาจริงจนสามารถแก้ไขปัญหาได้”นายสมคิด กล่าว

อย่างไรก็ดี เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จสูงมากในด้านเศรษฐกิจ แต่อีกด้าน คือ การทุจริตซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ ผู้สมัครของเกาหลีใต้แต่ละคนจะบอกมาปราบคอร์รัปชัน ตั้งแต่ค.ศ. 1989 เป็นต้นมา หลายสิ่งเปลี่ยนไป ผู้นำชุมชน องค์กร เริ่มมีการจัดตั้งเครือข่ายกระจายทั้งประเทศ ที่สำคัญ มีการรวมตัวเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ภาคพลเมืองเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ โดยเชื่อมโยงทั้งประเทศ กระทั่งค.ศ. 1992 จนมีความเห็น 54 ข้อ ถูกผลักดันออกมาเป็นกฎหมายสำเร็จ

เช่น วาระการให้ใช้ชื่อจริงทำกิจกรรมทางการเงิน กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชั่น คุ้มครองคนเปิดเผยข้อมูลทุจริต กฎหมายคุ้มครองการใช้จ่ายของพรรคการเมือง แต่กิจกรรมไม่ใช่แค่นั้น ยังมีการเฝ้าระวังการเลือกตั้ง งบประมาณแผ่นดินประเทศ หากพบว่าผิด กลุ่มนี้จะเคลื่อนไหวทันที และสงบ มีความรู้ เพื่อส่งผ่านสภาออกเป็นกฎหมาย ไม่มีการใช้อารมณ์ ปลุกปั่น ที่สำคัญ ถึงขนาดมีแคมเปญเชิงลบ นักการเมืองมีประวัติคอร์รัปชันไม่ให้เลือกคนเหล่านี้เข้ามา

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า แต่ของไทยมีเครือข่ายทั้งประเทศ แต่โจทย์จะตั้งเครือข่ายเหล่านี้ เอาคอร์รัปชันเป็นจุดร่วม ถ้ายังมีคอร์รัปชัน การเมืองเลว อย่าหวังอะไรจะดีขึ้นได้ ดังนั้น เปล่งเสียงออกมาอย่างสงบไปสภา ว่าอนาคตจะสร้างชุมชนเข้มแข็ง สิ่งเหล่านี้ต้องใช้สื่อ และต้องจับต้องได้ ถ้ามีพลังเข้มแข็งจะกลายเป็นพลังบริสุทธิ์ เพราะประเทศไทยไม่ได้ถูกสร้างมาให้ทะเลาะ ทุกคนรักกัน ดังนั้น ทำให้หายไป กลับไปสู่ความรักใครปรองดองให้ได้

อย่างไรก็ตาม การพัฒนานโยบายเสนอต่อสปช. การเฝ้าระวัง การเคลื่อนไหวโดยสงบ เป็นแบบฟอร์การสร้างผู้นำสมัยใหม่ให้กับประเทศ ผู้นำต้องเข้าใจปัญหาทุกระดับของชาติ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ต้องคิด เพราะเวลานี้ไม่ใช่การพูด แต่เป็นเวลาต้องลงมือกระทำ ดังนั้น หวังว่าจะสามารถร่วมกัน เป็นหัวใจดวงเดียว อัตตาที่เคยมีลดลง แล้วเชื่อมเป็นเครือข่าย ทำงานผ่านสปช. พลังมวลชน จะเป็นพลังแท้จริง และขับเคลื่อนได้เหมือนเกาหลีใต้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท