
น้ำมันถั่วเหลืองสินค้าทดแทน ที่สำคัญของน้ำมันปาล์ม
ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปาล์มลดลงต่อเนื่อง สาเหตุหนึ่งเกิดจากน้ำมันพืชอื่นที่เป็นสินค้าทดแทนมีราคาลดลง จากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งหันไปบริโภคน้ำมันพืชอื่นเพิ่มขึ้น และบริโภคน้ำมันปาล์มลดลง ในบรรดาน้ำมันพืชที่เป็นสินค้าทดแทนน้ำมันถั่วเหลือง นับว่ามีอิทธิพลต่อน้ำมันปาล์มมากกว่าน้ำมันพืชอื่น เนื่องจาก
ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันปาล์มลดลงต่อเนื่อง สาเหตุหนึ่งเกิดจากน้ำมันพืชอื่นที่เป็นสินค้าทดแทนมีราคาลดลง จากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งหันไปบริโภคน้ำมันพืชอื่นเพิ่มขึ้น และบริโภคน้ำมันปาล์มลดลง ในบรรดาน้ำมันพืชที่เป็นสินค้าทดแทนน้ำมันถั่วเหลือง นับว่ามีอิทธิพลต่อน้ำมันปาล์มมากกว่าน้ำมันพืชอื่น เนื่องจาก
1.ปริมาณผลผลิตของน้ำมันถั่วเหลืองทั่วโลกมีมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำมันปาล์ม โดยผลผลิตน้ำมันปาล์มมีจำนวน 59.60 ล้านตัน คิดเป็น 35.1% ของผลผลิตน้ำมันพืชโลก ส่วนผลผลิตน้ำมัน
ถั่วเหลืองมีจำนวน 44.57 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 26.2% ของผลผลิตน้ำมันพืชโลก ในขณะที่ผลผลิตน้ำมันพืชอื่น ได้แก่ น้ำมันเรพ มีจำนวน 26.05 ล้านตัน น้ำมันทานตะวัน 15.59 ล้านตัน และน้ำมันพืชอื่นๆ 24.16 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 15.3% 9.2% และ 14.2% ของผลผลิตน้ำมันพืชโลก (รูปที่ 1)
ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองมากที่สุด 12.32 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 27.6% ของผลผลิตน้ำมันถั่วเหลืองโลกทั้งๆ ที่ปลูกถั่วเหลืองเพียง 4.3% ของผลผลิตโลก เนื่องจากมีการนำเข้าถั่วเหลืองสูงถึง 63.4% ของการนำเข้าถั่วเหลืองโลก ส่วนสหรัฐอเมริกามีผลผลิตน้ำมันถั่วเหลือง 9.17 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 20.6%ของผลผลิตน้ำมันถั่วเหลืองโลก แม้จะเป็นประเทศที่ปลูกถั่วเหลืองมากที่สุดก็ตาม เนื่องจากผลผลิตถั่วเหลืองกว่า 49% เป็นการส่งออก
2.น้ำมันถั่วเหลืองเป็นน้ำมันพืชที่ทั่วโลกบริโภคมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำมันปาล์ม โดยการบริโภคน้ำมันปาล์มมีจำนวน 56.97 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 34.4% ของการบริโภคน้ำมันพืชโลก ส่วนการบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองมีจำนวน 44.96 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 27.2% ของการบริโภคน้ำมันพืชโลก ในขณะที่การบริโภคน้ำมันพืชอื่น ได้แก่ น้ำมันเรพซีดมีจำนวน 25.02 ล้านตัน น้ำมันทานตะลัน 14.97 ล้านตัน และน้ำมันพืชอื่นๆ 23.50 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 15.1% 9.0% และ 14.2% ของการบริโภคน้ำมันพืชโลก ตามลำดับ (รูปที่ 2)
โดยประเทศที่บริโภคน้ำมันถั่วเหลืองมากที่สุด คือ จีน 13.51 ล้านตันคิดเป็นสัดส่วน 30% ของการบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองของโลก รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 8.55 ล้านตัน บราซิล 5.69 ล้านตัน และอินเดีย 3.30 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 19.0% 12.7% และ 7.3%
ของการบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองของโลกตามลำดับ
เป็นที่น่าสังเกตว่าจีนเป็นทั้งผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองรายใหญ่ และยังเป็นผู้บริโภครายใหญ่ด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่น้ำมันถั่วเหลืองเท่านั้น แต่จีนยังเป็นผู้บริโภคน้ำมันปาล์มที่สำคัญด้วย โดยมีสัดส่วนถึง 11.2% ของการบริโภคน้ำมันปาล์มของโลก รองจากอินโดนีเซียและอินเดีย
เมื่อน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลืองเป็นสินค้าทดแทนกัน ความสัมพันธ์ของราคาน้ำมันทั้งสองชนิดจึงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือ เมื่อราคาน้ำมันถั่วเหลืองลดลง ผู้บริโภคจะบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองมากขึ้น และบริโภคน้ำมันปาล์มลดลงจนทำให้ราคาน้ำมันปาล์มลดลงในที่สุดเมื่อราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกลดลง ราคาน้ำมันปาล์มของไทยก็จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เหมือนในช่วงที่ราคาน้ำมันถั่วเหลืองลดลงจากผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้จีนซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ได้หันไปบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองมากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มลดลงต่อเนื่อง จนในที่สุดแหล่งผลิตน้ำมันปาล์มที่สำคัญของโลก ได้แก่ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ต้องออกมาตรการลดอัตราภาษีส่งออก เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ตลาดโลกหันกลับมาบริโภคน้ำมันปาล์ม
แม้น้ำมันถั่วเหลืองจะเป็นสินค้าทดแทนที่สำคัญของน้ำมันปาล์ม แต่เมื่อมองในด้านความต้องการน้ำมันปาล์มของโลกยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากราคาที่ถูกกว่าน้ำมันพืชอื่น และสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารและสินค้าได้หลายประเภท หากในอนาคตมีการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำมันปาล์มให้สามารถใช้ในอุตสาหกรรมได้หลากหลายมากขึ้น จะทำให้สัดส่วนความต้องการบริโภคน้ำมันปาล์มในตลาดโลกสูงขึ้น และส่งผลให้ความต้องการผลิตน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นเช่นกัน จนกระทั่งสัดส่วนในตลาดโลกทิ้งห่างจากน้ำมันพืชอื่น เมื่อถึงเวลานั้นการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าทดแทน โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลืองจะมีอิทธิพลต่อความต้องการบริโภคน้ำมันปาล์มลดลงในที่สุด







