posttoday
สนช.รับหลักการร่างพรบ.การยาง

สนช.รับหลักการร่างพรบ.การยาง

11 ธันวาคม 2557

ที่ประชุมสนช.รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ... วาระ1 ตั้งกมธ.วิสามัญ 25 คน

ที่ประชุมสนช.รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ... วาระ1 ตั้งกมธ.วิสามัญ 25 คน

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาวาระการประชุมเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยนายอำนวย ปฏิเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวรายงานหลักการเหตุผลว่า ยางพาราและผลิตผลจากยางพารามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจขอบงประเทศ การปฏิรูประบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพารา รวมทั้งการวิจัยและพัฒนา การรักษาเสถียรภาพระดับราคายางพารา การดำเนินธุรกิจ และจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรมยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง

อย่างไรก็ตาม ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง จำเป็นต้องจัดให้มีองค์กรกลาง คือ การยางแห่งประเทศไทย เพื่อรับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศอย่างครบวงจร มีเอกภาพ เป็นอิสระ คล่องตัว และใช้ยางพาราและผลิตผลจากยางพาราให้เกิดประสิทธิภาพ

โดยที่ประชุม สมาชิกต่างอภิปรายอย่างกว้างขวาง อาทิ นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล สนช. กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคใต้ปลูกยางพารามากที่สุด รองลงมา คือ ภาคตะวันออก ภาคอีสาน ทำให้มีพื้นที่ปลูกหลายล้านไร่ แต่ไม่มีมาตรการดูแลคุมพื้น ซึ่งราคายางพาราที่พูดกันว่าขณะนี้ 3 กิโกกรัมได้ 100 บาท ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนและอยากให้รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงหรือประกันราคา 80 บาท

ทั้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้ กำหนดไว้ว่าจะเป็นประเทศผลิตปาล์มน้ำมันของโลกหรือเด่นที่สุดในเรื่องนั้นๆ อยากให้การผลิตยางต้องกำหนดให้เป็นหนึ่งในอาเซียนว่า ถ้ายางพาราต้องศึกษาในประเทศไทย ทำไมทำไมได้ จะต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ไทยมีรายได้จากยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจจริงๆ อยากให้ดูว่าจะทำอย่างไรให้ยางเหมือนราคาข้าว ที่ไทยเคยครองอันดับหนึ่งของโลก และทำอย่างไรให้ประเทศที่ผลิตยางพารามาพูดคุยกันเพื่อความเป็นเอกภาพ

ด้านนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. กล่าวว่า อยากฝากข้อสังเกตว่า กยท.ต้องมีข้อมูลเพียงพอว่าจะขยายพื้นที่ปลูกยางเพิ่มหรือไม่ หากไม่มีข้อมูลเพียงพอ ไม่สามารถส่งเสริมเกษตรกรได้ ซึ่งควรจัดทำโซนนิ่งด้วย เพราะหากไม่ดำเนินการก็จะส่งผลเลวร้ายต่อเกษตรกรเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ และต้องมีข้อมูลเพียงพอต่อการส่งเสริมเกษตรกรจะให้ปลูกยางพาราใหม่หรืรอไม่ ซึ่งขณะนี้ไทยตกลงกับจีนในการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางกทม.-หนองคาย น่าจะเป็นโอกาสดีในการตลลงทำบาเตอร์เทรดหรือแลกเปลี่ยนสินค้า ซึ่งน่าจะตกลงกันได้ อย่างไรก็ตามเราต้องกระตุ้นดีมานต์โดยใช้สัดส่วนยางพาราทำถนน ซึ่งรัฐมนตรีต้องดำเนินการเร่งด่วน

ทั้งนี้นายพรเพชร ฝากให้คณะกรรมาธิการฯ โดยเฉพาะตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างละเอียดและต้องตรวจดูเรื่องเทคนิคทางกฎหมายด้วย เพราะต้องยกเลิกกฎหมายเก่ากว่า 8 ฉบับ เกรงว่าอาจทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นได้

ด้านนายอำนวย ชี้แจงว่าเป็นข้อสำคัญเชิงกฎหมายเชิงเทคนิคการรวมกฎหมายทั้ง 8 ฉบับไว้ด้วยกัน ดังนั้น ต้องพยายามไม่ให้เกิดช่องโหว่ เพราะหากทำกฎหมายไม่รอบคอบ สิ่งที่เกิดขึ้นมันแก้ไขยากภายหลัง สำหรับประเด็นที่สมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตุ เรื่องกฎหมาย ควบรวมองค์กรภาครัฐที่อยู่ในอุตสาหกรรมยางขณะนี้ มีอยู่ 3 องค์กร โดย 2 องค์กรเป็นรัฐวิสาหกิจ คือ องค์การสวนยาง (อสย.) สำนักกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง อีก 1 องค์กร เป็นราชการ คือ สถาบันวิจัยยาง ของกรมวิชาการเกษตร ทั้ง 3 หน่วยงานนี้ทำงานภายใต้กรอบการทำงานตัวเอง อสย.เป็นหน่วยหน่วยผลิต ทำโรงงานยางและค้าขาย เทียบเท่ากับเป็นหน่วยประกอบธุรกิจการค้ายางของรัฐ

ส่วนสกย. ทำหน้าที่ส่งเสริมทดแทนการผลิต เพื่อให้ต้นทุนต่ำลง หน่วยรายการ สถาบันวิจัย ทำหน้าที่วิจัย ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนสงเคราะห์ 5% เพราะฉะนั้น การควบรวม 3 หน่วยงานเป็นหนึ่งเดียว คือ รัฐวิสาหกิจ บรรดาบุคลากร สินทรัพย์ มีมาตราเกี่ยวข้องในการโอนย้ายถ่ายเทระหว่าง 3 หน่วยงาน เพื่อเป็นหน่วยงานเดียวกันในการทำหน้าที่ตามมาตรา 8

"เรื่องนี้เราไม่ได้ควบรวมกิจการของภาคเอกชนเ เพราะเราไม่สามารถออกกฎหมายใดๆไปบังคับเอกชน ให้มาร่วมได้ แต่เรามีวัตถุประสงค์ คือ เราจะร่วมกันกับเอกชน"นายอำนวย กล่าว

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับกฎหมาย ในชั้นมกมธ.สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นผู้แทนของรัฐ อยู่ในกมธ.ด้วย เพราะฉะนั้น จะได้รับฟังประเด็นทั้งหมด และรายละเอียดทั้งหมดหลักการเป็นอย่างไร และจะนำไปพิจารณาในชั้นกมธ. การบริหารองค์กรนี้ ถ้ารวมกันโดยไม่ปรับแนวคิดคิดจะไม่เกิดประโยชน์อะไร วัตถุประสงค์กำหนดไว้ ข้อหนึ่ง เป็นองค์กรกลางจัดการยางพาราครบทั้งระบบ ให้ประเทศเป็นศูนย์กลางผลิตยางพารา เป็นส่งออกมา แต่ที่จัดการมา แม้ส่งเยอะต่างจากส่งเป็นผลิตภัณฑ์ ดังนั้น ยุทธศาสตร์การจัดการของมาเลเซียจากวัตถุดิบ เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีมูลค่าสูง เป็นการสร้างความสมดุล

อย่างไรก็ดี แต่กฎหมายฉบับนี้ชัดเจน นำกองทุนไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม และจะขยับตัวการผลิตในชั้นเกษตร เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมการค้า และผลิตภัณฑ์ราคาสูง เช่น ยาง ล้อเครื่องบิน ความมั่นคงยั่งยืนเกิดขึ้นแน่นอน และไปได้ด้วยการวิจัยพัฒนา ส่วนหมวดสาม การพิจารณาของกฑหมาย ผ่านมาสองสมัย ทั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เคยดำเนินการก็ตกไป ภายใต้ที่ดำเนินการ ราคาไม่ตกตำลง และถ้าขยับมากกว่านั้น ก็จะดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังสนช. อภิปรายเสร็จที่ประชุมมีมติวาระ 1 เห็นชอบด้วยคะแนน 174 ต่อ 1 คะแนน และงดออกเสียง 5 คะแนน โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณา 25 คน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท