
เพิ่มประสิทธิภาพ
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อนุมัติปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ 1.98 ล้านคน ครอบคลุมข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2557 โดยใช้งบประมาณ 2.29 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติงานได้อย่างดี
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อนุมัติปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ 1.98 ล้านคน ครอบคลุมข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2557 โดยใช้งบประมาณ 2.29 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติงานได้อย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีการปรับบัญชีเงินเดือนและการแก้ไขกฎหมาย ขยายเพดานเงินเดือนขั้นสูงของทุกระดับหรือทุกอันดับ ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทเพิ่มขึ้น 3 ขั้น สำหรับบัญชีเงินเดือนแบบขั้น หรือประมาณ 10% ถือว่าเป็นการยกระดับระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการให้เทียบเท่ากับภาคเอกชน เป็นแรงจูงใจให้คนดีมีคุณธรรมและความสามารถสูงเข้ารับราชการและน่าจะเป็นการลดโอกาสที่จะไปกระทำความผิดหรือทุจริตคอร์รัปชั่นไปด้วย
ผลทางอ้อมของมาตรการดังกล่าว ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะสามารถสร้างกำลังซื้อในประเทศขึ้นมาอีกด้วย
อย่างไรก็ดี มาตรการขึ้นเงินเดือนข้าราชการในอัตราที่สูง และถือเป็นการปรับฐานเงินเดือนรอบใหม่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กลับไม่ตอบโจทย์ในเรื่องการปฏิรูปการทำงานของข้าราชการที่เป็นปัญหาอย่างหนักในสังคมไทยแม้แต่น้อย
เนื่องจากมติการปรับเพิ่มบัญชีเงินเดือนและเงินตอบแทนพิเศษ มิได้ยึดหลักการของประสิทธิภาพในการทำงานเหมือนภาคเอกชน เพราะเป็นการปรับขึ้นเป็นการทั่วไป ทั้งๆ ที่หลักการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรของโลกจะยึดหลักประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละบุคคลเป็นตัวตั้ง เพื่อให้องค์กรมีขีดความสามารถในการให้บริการแก่ประชาชน
นอกจากนี้ ในระยะที่ผ่านมาระบบราชการของเมืองไทยยังมีปัญหาอย่างมากในเรื่องทัศนคติ วิธีคิดในการให้บริการประชาชน รัฐบาลควรจะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงและปฏิรูปการทำงานของข้าราชการแลกกับการปรับขึ้นเงินเดือนและค่าตอบแทนพิเศษ
ขณะเดียวกัน ควรสร้างเสริมความเข้มแข็งให้กับค่านิยมและวัฒนธรรมการทำงานที่ดีของข้าราชการ ที่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัยตั้งมั่นอยู่ในจรรยาบรรณที่ดี มีความขยัน อดทน มีความรับผิดชอบสูง มุ่งรักษาเกียรติของวิชาชีพ และต้องการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประชาชนและสังคมส่วนรวมเป็นตัวตั้ง มิใช่ยึดถือยศถาบรรดาศักดิ์จนต้องขวนขวายและกลายเป็นเครื่องมือให้บรรดานักการเมืองมาแสวงหาผลประโยชน์แลกกับตำแหน่งที่สูงขึ้นเช่นในอดีต
ถ้าผลตอบแทนซึ่งมาจากภาษีของประชาชนของข้าราชการที่สูงขึ้นแล้วแลกมาซึ่งทัศนคติในการทำงานที่ดีขึ้น การบริการภาครัฐมีประสิทธิภาพและยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทำงาน ประชาชนทั่วประเทศยินดีที่จะสนับสนุน







