posttoday
ลดดอกเบี้ย คืนความสุขเศรษฐกิจ

ลดดอกเบี้ย คืนความสุขเศรษฐกิจ

10 ธันวาคม 2557

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ความผันผวนของค่าเงินบาทที่เริ่มมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว เป็นผลกระทบจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐที่ตลาดคาดการณ์กันว่าน่าจะเป็นขาขึ้น และอาจจะขึ้นเร็วกว่าที่คาด

เดิมตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่กลางปีหน้าเป็นต้นไป แต่สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีวันดีคืนของสหรัฐ ที่ล่าสุดประกาศรายได้การจ้างงานนอกภาคการเกษตรออกมา
ดีเกินคาด จนตลาดคาดการณ์ใหม่ว่า เฟดอาจปรับดอกเบี้ยขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้เดิม ซึ่งเรื่องนี้หนุนเงินเหรียญสหรัฐให้แข็งค่าขึ้นเร็วจนกดเงินบาทให้อ่อนยวบหลุดกรอบ 33 บาท/เหรียญสหรัฐ มาแล้ว

แน่นอนว่า ดอกเบี้ยของสหรัฐจะสวนทางกับทิศทางดอกเบี้ยของไทย ที่มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นขาลง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ที่ออกอาการร่อแร่โตได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายรอบตลอดปี ที่สำคัญในปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอาจจะโตไม่ถึง 1.5% แถมปีหน้าหากขาดแรงส่งอาจจะโตไม่ถึง 4-4.5% อย่างที่คาดไว้

หากพิจารณาความเป็นไปได้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 17 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ มีโอกาสที่คณะกรรมการ กนง.จะพิจารณาให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ก็มีโอกาสเป็นไปได้

ปัจจัยบวกที่ทำให้ กนง.สามารถพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงได้ในการประชุมรอบนี้ มีหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น ระดับอัตราเงินเฟ้อของไทยในปีนี้และต่อเนื่องถึงปีหน้าจะไม่สูง เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เป็นสัดส่วนในค่าครองชีพมีราคาต่ำลงมาก ถึงจะมีการปฏิรูปราคาพลังงาน ปล่อยลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจีที่ใช้หุงต้มในครัวเรือน แต่ระดับราคาที่ปรับขึ้นยังอยู่ในระดับที่รับได้ จึงไม่ต้องห่วงผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านราคา แรงกดดันให้สินค้าและบริการขึ้นราคาจะลดลง

นอกจากนี้ ความต้องการซื้อสินค้าหรือปริมาณการใช้จ่ายกินใช้ในประเทศไม่ได้สูง ซึ่งเหตุผลสำคัญน่าจะเป็นเพราะประชาชนผู้บริโภคทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปว่าจะฟื้นตัวจริงหรือไม่ นอกจากนี้รายได้ภาคการเกษตรยังต่ำต่อเนื่อง ไม่ว่าราคาข้าวหรือยางพารา แถมปัจจุบันระดับหนี้ครัวเรือนยังสูง ทำให้การบริโภคจะไม่สูงจนก่อปัญหาให้เกิดเงินเฟ้อ

ทางด้านการส่งออกของไทยก็ย่ำแย่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี นอกจากจะไม่โตที่ 0% ยังมีแนวโน้มจะโตติดลบลงลึกลงเรื่อยๆ สุ่มเสี่ยงที่จะสร้างปัญหาต่อภาวะเศรษฐกิจของไทยในปีหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งสัดส่วนภาคส่งออกสูง 60-70% ขณะที่การใช้จ่ายของภาครัฐถึงจะดีแค่ไหนก็มีสัดส่วนเพียง 15% ไม่สามารถฉุดเศรษฐกิจให้ฟื้นได้เป็นแน่

หากไม่ทำให้บรรยากาศในการใช้จ่ายของภาคเอกชนหรือประชาชนในประเทศกลับมาได้ การที่จะหวังให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงคงเป็นไปได้ยาก

จะเห็นว่ามีปัจจัยบวกหรือมีผลดีมากกว่าการจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% แม้ว่าดอกเบี้ยที่ระดับ 2% จะไม่ถือว่าสูงและไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อต้นทุนการเงินของภาคธุรกิจ

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ในปีหน้าตลาดการเงินโลกจะผันผวนอย่างมาก จากความแตกต่างของนโยบายการเงินกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก สหรัฐอเมริกามีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ย ในขณะที่ญี่ปุ่นและยุโรปจะผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยต่อไป

“เงินทุนจะไหลกลับไปสหรัฐ แต่จะไหลออกจากญี่ปุ่นและยุโรปไปประเทศที่มีเศรษฐกิจดีกว่า ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงรองรับความผันผวนของค่าเงินได้ แต่ขอแนะนำให้ผู้ส่งออกและนำเข้าซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

แต่ทว่าระดับทุนสำรองระหว่างประเทศสูง หากการลดดอกเบี้ย จนอาจจะทำให้มีการโยกเงินออก กลับไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อหาผลตอบแทนที่ดีกว่า เงินทุนสำรองระหว่างประเทศและเครื่องมือทางการเงินที่ ธปท.เตรียมการไว้ยังสามารถรับมือได้

นอกจากนี้ ถึงทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้นและปรับดอกเบี้ยขึ้นจนดูดเงินส่วนหนึ่งให้ไหลเข้าได้ แต่อย่าลืมว่าเศรษฐกิจฝั่งยุโรปและญี่ปุ่นยังไม่ได้ดีตามไปด้วย จึงมีความเป็นไปได้ว่าประเทศเหล่านี้จะยังผ่อนคลายนโยบายการเงินในระดับต่ำต่อไป รวมทั้งอาจจะอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการคิวอีออกมาเติมสภาพคล่อง ในระบบการเงินโลกทดแทนเม็ดเงินที่หายไปจากการที่สหรัฐเลิกคิวอีไปก่อนหน้านี้ก็เป็นได้

ฉะนั้น ถึงจะมีเงินไหลออกจากไทยไปบ้างก็ยังเหลือสภาพคล่องที่พร้อมจะไหลเข้ามาเช่นกัน ธปท.และ กนง.จึงไม่ต้องกังวลภาวะเงินทุนไหลออกมากนัก

อย่างไรก็ดี แม้ว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงแล้ว แต่ฝากของธนาคารพาณิชย์อาจจะไม่ลดดอกเบี้ยลงตามดอกเบี้ยนโยบายก็ควรจะปรับลดก็ได้ ขึ่้นอยู่กับสภาพคล่องในแต่ละช่วงของธนาคาร แต่การลดดอกเบี้ยมีผลทางจิตวิทยาให้ประชาชนเชื่อมั่นและกล้าใช้จ่ายมากขึ้นได้ ที่สำคัญกว่าการลดดอกเบี้ยจะไปส่งผลต่อตลาดต้องใช้เวลานานหลายไตรมาสพอสมควร ฉะนั้นหากไม่มีผลกระทบอะไรที่รุนแรงก็ควรส่งสัญญาณผ่อนคลายไว้ล่วงหน้าไว้ก่อน น่าจะเป็นผลดีในช่วยสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนลุกขึ้นมาใช้จ่ายเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทาง

การปรับลดดอกเบี้ยจึงเป็นคำตอบที่ดีของการนำมาสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนบรรยากาศที่ผ่อนคลายในการช่วยกระตุ้นใช้จ่ายในประเทศ

แม้ดอกเบี้ยในประเทศม้วนตัวกลับมาเป็นขาลง ก็คงไม่ทำให้การขยายตัวของสินเชื่อบุคคลสูง จนทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสัดส่วนสูงขึ้นไปอีก เพราะบทเรียนที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับเมื่อดอกเบี้ยต่ำก็ต้องควบคุมหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ให้ดีด้วย เพื่อไม่ให้มีการเร่งปล่อยกู้นำเงินไปใช้จ่ายเกินตัว

การลดดอกเบี้ยของ กนง.รอบนี้ จึงน่าจะมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย

แต่เหตุผลที่จะทำให้ กนง.ไม่ลดดอกเบี้ยลงก็ยังมี หาก กนง.เป็นห่วงสัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะสูงขึ้นอีก หรือดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ไปสร้างปัญหาด้านเสถียรภาพในระยะยาว กนง.ก็สามารถที่จะตัดสินใจไม่ลดดอกเบี้ยก็ได้

ต้อรอวัดใจว่า กนง.จะเห็นแก่เศรษฐกิจที่กำลังหดตัวในช่วงนี้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง หรือจะมองแต่ปัญหาระยะยาวและคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% ตามเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท