
ส่งเสริมการออม
ปรากฏการณ์ผู้สูงอายุแห่ไปสมัครเป็นผู้ประกันตนเองแบบสมัครใจ ตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ประกันสังคมมาตรา 40 พ.ศ. 2554 ที่เปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ฯลฯ ให้มีหลักประกันในชีวิต
ปรากฏการณ์ผู้สูงอายุแห่ไปสมัครเป็นผู้ประกันตนเองแบบสมัครใจ ตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ประกันสังคมมาตรา 40 พ.ศ. 2554 ที่เปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ฯลฯ ให้มีหลักประกันในชีวิต
ตามกฎหมายระบุว่า เฉพาะปีแรก (มีผลบังคับใช้ 9 ธ.ค. 2556- 8 ธ.ค. 2557) เปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่มีอายุ 60-65 ปี สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้ทุกทางเลือก สำหรับผู้สมัครที่มีอายุเกินกว่า 65 ปี เฉพาะปีแรก สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้เฉพาะทางเลือก3 คือ จ่ายเงินสมทบ 200 บาท/เดือน (จ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 100 บาท) และไม่มีสิทธิเปลี่ยนทางเลือก
กฎหมายให้ผู้สูงอายุเข้าประกันตนเอง เป็นแนวทางที่มีประโยชน์ต่อประชาชน แต่เวลาผ่านมา 1 ปี ไม่มีการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ออกมาเป็นระยะให้กับประชาชนได้ทราบ ทั้งสื่อของรัฐและสื่อของเอกชน เห็นได้ชัดถึงการขาดการเอาใจใส่ในเรื่องของประชาชน ทำให้ประชาชนไปรู้เรื่องนี้จากโซเชียลมีเดียกันเอง และพากันมาที่สำนักงานประกันสังคมเพื่อขอทำประกันชราภาพภาคสมัครใจ
แทนที่หน่วยงานของรัฐจะพิจารณาตัวเองเมื่อถูกประชาชนร้องเรียนว่าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย เพราะสำนักงานประกันสังคมทำประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง กลับโทษว่าสื่อไม่ให้ความสำคัญและประชาชนไม่สนใจรักษาสิทธิตัวเอง มัวแต่ลังเลจนหมดเวลาและบางคนไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนเองได้ทัน
การทำงานแบบลูบหน้าปะจมูกของสำนักงานประกันสังคมถูกร้องเรียนมาตลอด แต่ก็ไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ผู้ประกันตนมีความรู้สึกว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหน่วยงานของรัฐเลย ความบกพร่องในการสื่อสาร ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่าจะขยายเวลาให้ผู้สูงอายุมาทำประกันตนเองได้
แต่ในความเป็นจริง การจะขยายเวลาไม่ง่ายเพราะจะต้องแก้ไขกฎหมายที่กำหนดระยะเวลา หรืออาจจะนำเข้ามาพิจารณาใน ครม.และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แก้ไขด่วนเฉพาะในมาตราเดียว ซึ่งก็จะยุ่งยากพอสมควร
อย่างไรก็ดี มีทางออกอีกทางก็คือการให้กระทรวงการคลังรีบจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่จะมารับประกันตนให้กับผู้ที่มีอาชีพอิสระให้มีหลักประกันในชีวิต ซึ่งกองทุนประกันสังคมก็จ้องที่จะโอนผู้ทำประกันตนในมาตรา 40 ที่มีอยู่ร่วม 2.2 ล้านคน และมีเงินสมทบเข้ามาแล้ว 3,900 ล้านบาท ให้ไปอยู่ใน กอช.แทน เมื่อมีการตั้ง กอช.แล้ว เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน
การที่ประชาชนตื่นตัวที่จะหาหลักประกันในชีวิตยามชราให้กับตัวเอง เป็นสิ่งดีที่จะช่วยลดภาระของรัฐบาลในการตั้งงบประมาณมาดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้ ควรจะต้องส่งเสริมขจัดอุปสรรคให้มีการประกันภาคสมัครใจให้มากขึ้นอีก







