posttoday
สื่อนอกตีแผ่‘โคมแดงในควันปืน’ที่โกลก

สื่อนอกตีแผ่‘โคมแดงในควันปืน’ที่โกลก

10 ธันวาคม 2557

ภาพถนนแหล่งท่องราตรี ที่ประดับไปด้วยแสงไฟนีออน สัญลักษณ์โฆษณาเครื่องดื่มมึนเมา ขณะที่บรรดาผู้หญิงบริการพยายามจะยั่วยวนนักเที่ยวที่ผ่านไปมานับเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย

ภาพถนนแหล่งท่องราตรี ที่ประดับไปด้วยแสงไฟนีออน สัญลักษณ์โฆษณาเครื่องดื่มมึนเมา ขณะที่บรรดาผู้หญิงบริการพยายามจะยั่วยวนนักเที่ยวที่ผ่านไปมานับเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย

อย่างไรก็ดี ในเมืองสุไหงโก-ลก  จ.นราธิวาส เมืองชายแดนทางใต้สุดของไทย การท่องราตรีที่นี่กลับเต็มไปด้วยภาพทหารและรถลาดตระเวนของกองทัพที่พยายามปกป้องบรรดาหญิงขายบริการกับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จากการก่อการร้ายของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน

บรรยากาศดังกล่าวกลายเป็นฉากหลังให้กับสารคดีเรื่องใหม่ของ แพทริก วิน นักข่าวอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โกลบอลโพสต์ เรื่อง “เรด ไลท์ จีฮัด : ไทย ไวส อันเดอร์ แอตแทค” ที่เป็นเสียงสะท้อนให้การคงอยู่ของสถานที่เที่ยวกลางคืน แม้ในสายตาของคนนอก สุไหงโก-ลกจะเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจกันในท้องถิ่น ความกลัว และความไม่เท่าเทียมที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน

ศักดิ์สิทธิ์ ไสยสมบัติ นักข่าวอิสระผู้เขียนบล็อกใน สยาม วอยซ์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์วินเกี่ยวกับไอเดียในการทำสารคดีใหม่ชิ้นนี้ ซึ่งวินได้กล่าวว่า แรงบันดาลใจเกิดขึ้นจากกรณีที่คนไทยส่วนใหญ่และชาวต่างชาติมักมองพื้นที่ที่มีการก่อการร้ายทางภาคใต้ของไทยเป็นเขตที่ไม่มีความเป็นมิตรหรือพื้นที่ต่างด้าว ถึงกระนั้นก็ยังมีพื้นที่แหล่งเที่ยวกลางคืนที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ซึ่งปกครองด้วยกฎหมายอิสลามและห้ามการทำสถานบันเทิงและการขายบริการ

“ผมจึงตัดสินใจที่จะใช้ย่านโลกีย์ในสุไหงโก-ลกเพื่อเป็นฉากในการเปิดประตูความขัดแย้งทางภาคใต้ ซึ่งผมพยายามทำความเข้าใจถึงแรงบันดาลใจของนักท่องเที่ยวกับหญิงค้าบริการ รวมถึงกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการรุกล้ำบ้านเกิดของพวกเขา” วิน กล่าว

เมื่อถามว่า วินรู้สึกมีสิ่งใดแตกต่างไปหรือไม่สำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้  วินระบุว่า ในความเป็นจริงแทบไม่มีสิ่งใดเปลี่ยน การใช้กฎอัยการศึกถือเป็นเป็นสิ่งธรรมดาไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นสิ่งใหญ่สำหรับส่วนที่เหลือของประเทศไทยหลังจากยึดอำนาจก็ตาม ผู้คนเริ่มชินชากับจุดตรวจต่างๆ การขึงลวดหนามและความรุนแรง

“บรรยากาศทั่วไปค่อนข้างคงที่ คือมีความกระวนกระวายและไม่มีความหวังมากนัก” นักข่าวโกลบอลโพสต์ ระบุ

วินยังเสริมด้วยว่า การทำสารคดีชิ้นนี้ค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวเป็นหนึ่งในพยานเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า สิ่งที่แปลกใจที่สุดระหว่างการทำสารคดีเรื่องนี้ คือ ความเปิดเผยของหญิงค้าบริการที่กระตือรือร้นที่จะให้สัมภาษณ์ ถึงแม้จะต้องทำงานภายใต้ความกดดันจากการก่อการร้ายก็ตาม

ทางสยามวอยซ์ถามต่อไปว่า ในความคิดเห็นของนักข่าวโกลบอลโพสต์ มีโอกาสหรือไม่ที่สถานการณ์ทางภาคใต้จะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น วินตอบว่าเป็นเรื่องยาก เนื่องจากหลังจากที่วินได้ลงไปสัมภาษณ์ทุกฝ่ายแล้ว หลายฝ่ายมองว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยากในภาคใต้

ขณะเดียวกัน ถึงแม้ส่วนการปกครองในท้องถิ่นจะเข้าใจสภาพพื้นที่ดีกว่าส่วนกลางที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าส่วนราชการจะเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยความขัดแข้งระหว่างชาวไทยพุทธและมุสลิมได้ เนื่องจากการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายหยั่งรากลึก และมีแนวโน้มที่จะให้ความคุ้มครองชาวไทยพุทธ และมองว่าเขตที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิมเป็นเขตอันตราย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีรัฐบาลหลายชุดพยายามที่จะยุติปัญหาความไม่สงบทางภาคใต้ของประเทศไทย แต่ยังไม่ปรากฏมีรัฐบาลไหนสามารถทำได้สำเร็จ แม้กระทั่งรัฐบาลชุดปัจจุบันจะพยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกครั้ง แต่จนปัจจุบันเป้าหมายยังคงคลุมเครือ

“การแก้ไขที่ได้ผลคือการให้อำนาจในการปกครองตนเอง แม้คนส่วนใหญ่สามารถอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลไทยได้ แต่จะดีกว่าหากสามารถบริหารพื้นที่ของตนเองได้” วิน กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท