
ครม.รีดภาษีกวดวิชา แผนจัดเก็บชัด30วัน
ครม.เห็นชอบหลักการเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา ให้คลัง-ศธ.เร่งทำรายละเอียดใน 30 วัน
ครม.เห็นชอบหลักการเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา ให้คลัง-ศธ.เร่งทำรายละเอียดใน 30 วัน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบในหลักการการจัดเก็บภาษีโรงเรียนสอนกวดวิชา ตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปร่วมกันจัดทำรายละเอียดแนวทางการปฏิบัติ หรือจำแนกโรงเรียนกวดวิชาแบ่งประเภทต่างๆ ให้ชัดเจน เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปจัดเก็บภาษี โดยให้นำกลับมาเสนอที่ประชุม ครม.อีกครั้งภายใน 30 วัน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นตรงกันว่า โรงเรียนกวดวิชาเป็นโรงเรียนหรือสถาบันที่มีการลงทุนไม่มากนัก แต่กลับมีกำไรที่สูงมาก และปัจจุบันก็ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล จึงทำให้รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้
“ที่ประชุมมีคำสั่งให้ทั้งกระทรวงการคลังและ ศธ.ดำเนินการ โดยมาตรการระยะสั้นคือให้แก้ไขประกาศกระทรวงให้ทันสมัยกับการจัดเก็บภาษีได้ ระยะยาว รัฐบาลจะส่งเสริมการเรียนการสอนในโรงเรียนให้มีคุณภาพ เพื่อลดแรงจูงใจให้นักเรียนหรือผู้ปกครองไปเน้นการกวดวิชาหรือเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
นายอนุสรณ์ ศิวะกุล นายกสมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนกวดวิชา และผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์ หรือเคมี อาจารย์อุ๊ กล่าวว่า กรมสรรพากรสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยสรุปว่าการจะจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชานั้น ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ การเก็บภาษีเป็นการผลักภาระไปที่ผู้เรียน
สำหรับวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ 1.ต้องมีมาตรการควบคุมโรงเรียนกวดวิชาให้เก็บค่าเรียนให้เป็นธรรมตามหลักการ และ 2.เข้มงวดโรงเรียนกวดวิชาเถื่อน







