
กระบวนการยุติธรรมล่าช้าเหตุเกิดคอร์รัปชันมาก
ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชี้กระบวนการยุติธรรมล่าช้าทำให้เกิดคอร์รัปชันมาก ยกตัวอย่างคดี 4 กลุ่มยังค้างคา
ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชี้กระบวนการยุติธรรมล่าช้าทำให้เกิดคอร์รัปชันมาก ยกตัวอย่างคดี 4 กลุ่มยังค้างคา
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาองค์กรฯ ได้ติดตามการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และพบว่ามีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน แต่มีความล่าช้าหรือไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี โดยยกตัวอย่าง 15 คดี ที่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ 1.คดีที่รอคำอธิบาย ได้แก่ ไมโครโฟนทองคำ ป้ายโฆษณาป้อมจราจร สนามฟุตซอล โกงลำไย คดีคลองด่าน และกรณีรถหรู 2.คดีคาราคาซัง คาใจ ได้แก่ ทุจริตจำนำข้าว กรณีผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรณีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดก.คมนาคม การทุจริตก่อสร้างโรงพัก และโครงการไทยเข้มแข็ง
3.คดีที่รออัยการ ได้แก่ กรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตโครงการจำนำข้าว และ 4.คดีที่ต้องไม่กระพริบตา ได้แก่ กรณีไร่ส้ม ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และ กรณีจดหมายน้อยของเลขาธิการศาลปกครอง
นายประมนต์ กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับคอร์รัปชันมักใช้เวลาในขั้นตอนต่างๆ ยาวนาน โดยในชั้นป.ป.ช.ต้องใช้เวลา 2-5 ปี ขั้นตอนอัยการถึงศาล 1-2 ปี และขั้นตอนศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ใช้เวลา 6-8 ปี ทำให้เกิดการหลบหนีของผู้กระทำผิด รวมถึงเปิดช่องให้มีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สิน เช่น คดีไร่ส้ม เข้าสู่กระบวนการป.ป.ช.เมื่อปี 2550 ชี้มูลความผิดปี 2555 และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา รวมถึงคดีคลองด่าน ที่ส่งเรื่องให้ป.ป.ช.เมื่อปี 2542 กระทั่งใช้เวลาถึง 9 ปี คดีถึงจะสิ้นสุด
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ภาครัฐเอาจริงกับคดีทุจริตที่คั่งค้างไม่มีความคืบหน้า เพื่อนำคนผิดมาลงโทษเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะปลาใหญ่ หรือบุคคลที่มีอำนาจแล้วทำผิด หากทำเป็นตัวอย่างก็จะทำให้การทุจริตลดน้อยลงได้ และสังคมไทยต้องไม่ยอมรับการทุจริตในทุกรูปแบบ
"จะเห็นได้ถึงกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า ทำให้คนโกงไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย แม้ว่าดัชนีชี้วัดการทุจริตคอรัปชั่นของประเทศไทย ที่จัดอันดับล่าสุดจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าการทุจริตของบ้านเราลดน้อยลง โดยเฉพาะการชี้แจงต่อประชาชน ที่สังคมต้องการคำตอบ"นายประมนต์กล่าว
นายประมนต์ กล่าวว่า จากนี้จะรวบรวมคดีทั้งหมดที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและมีผลกระทบต่อประเทศชาติรวม 15 คดี ส่งให้กับศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อให้ติดตามเร่งรัดดำเนินคดี และองค์กรฯ จะร่วมติดตามผลการปฏิบัติควบคู่ไปด้วย







