
ส่งสำนวนคดีหมิ่นเบื้องสูง-อุ้มรีดทรัพย์ให้สตช.แล้ว
นครบาลส่งสำนวนคดีหมิ่นเบื้องสูง-อุ้มลดหนี้ให้สตช.พิจารณาก่อนส่งอัยการแล้ว ตร.เผยเผ่นจากกัมพูชา เร่งล่าผู้หลบหนีอีก2
นครบาลส่งสำนวนคดีหมิ่นเบื้องสูง-อุ้มลดหนี้ให้สตช.พิจารณาก่อนส่งอัยการแล้ว ตร.เผยเผ่นจากกัมพูชา เร่งล่าผู้หลบหนีอีก2
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5)เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ส่งสำนวนคดีหมิ่นเบื้องสูงและอุ้มรีดทรัพย์ ในพื้นที่ สน.พระโขนงและ สน.วัดพระยาไกร ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งต้องรอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาเสร็จสิ้นก่อนนำสำนวนส่งอัยการพิจารณาความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ พร้อมระบุว่าในสำนวนมีการทำอย่างรอบคอบทั้งพยานหลักฐานต่างๆแต่หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกหลังจากนี้ก็สามารถเพิ่มเติมเข้าไปในสำนวนได้
ผบก.น.5 กล่าวอีกว่า ขณะที่การติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีที่ยังหลบหนีทั้ง3รายคือนายนพพร ศุภพิพัฒน์, นายไพเชษฐ์ เมธิสริยพงศ์และนายปรีชาดาราไตรนั้น พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประสานเข้ามอบตัวเพิ่มเติม โดยในส่วนของนายนพพร เบื้องต้นการสืบสวนทราบว่ามีออกจากประเทศกัมพูชาแล้ว ส่วนอีก2 รายคาดว่ายังคงอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตำรวจยังคงเร่งติดตามตัว
ด้านคนใกล้ชิดนายบัณฑิต โชติวิทยะกุล เจ้าหนี้ผู้เสียหาย ระบุว่า ขณะนี้ นายบัณทิต พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และยังไม่พร้อมเปิดเผยถึงรายละเอียดในกรณีที่ถูก นายนพพร ออกมาเปิดเผยพาดพิงถึง เนื่องจากต้องขอเวลาจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ รวมทั้งเตรียมพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมระบุว่าเอกสารข้อความที่นายนพพรโพสต์ผ่านสื่อออนไลน์นั้น ไม่ใช่ความเป็นจริงทั้งหมด ยืนยันว่าหนี้สิน 120 ล้านบาทเป็นเงินกู้ยืม และมีมูลหนี้จริงตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานชัดเจน







