
กองทัพไม่แตะทหารมาเฟีย
กองทัพให้ ตร.จัดการทหารเอี่ยวแก๊งอุ้มลดหนี้ก่อน ย้ำประสานเมื่อไรจะจัดการทันที
กองทัพให้ ตร.จัดการทหารเอี่ยวแก๊งอุ้มลดหนี้ก่อน ย้ำประสานเมื่อไรจะจัดการทันที
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กรณีที่นายนพพร ศุภพิพัฒน์ นักธุรกิจหมื่นล้าน ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงและกรรโชกทรัพย์ได้พาดพิงว่ามีทหารนอกแถวเข้ามาเกี่ยวข้องกับแก๊งทวงหนี้นั้น เบื้องต้นต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนก่อน หากประสานมาเมื่อไร กองทัพก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ นายนพพร ชี้แจงผ่านสื่อเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ระบุตอนหนึ่ง ว่าได้ติดต่อกับ น.ท.ปริญญา รักวาทิน หรือ “เสธ.เจี๊ยบ” ให้เจรจาเรื่องค้างหนี้กับนายบัณฑิต เพราะเชื่อว่า เสธ.เจี๊ยบจะไปเชิญ เสธ.คนดัง ซึ่งจะไกล่เกลี่ยให้ผู้ใหญ่มาเป็นคนกลางเจรจาได้
วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้คุมตัว น.ท.ปริญญา ผู้ต้องหาแก๊งทวงหนี้ในเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาฝากขังผลัดแรกที่ศาลทหาร เป็นระยะ 12 วัน ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ข่มขืนใจผู้อื่นให้เกิดความกลัว โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นคดีที่ข้อหาร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง
สำหรับ น.ท.ปริญญา ถูกซัดทอดว่าเป็นตัวกลางโดยแนะนำนายนพพรให้รู้จักกับนายชากานต์ ภาคภูมิ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ พร้อมเป็นคนนำเงินสดหลายแสนบาทให้นายชากานต์เป็นค่าจ้างให้กับแก๊งอุ้มข่มขู่ลดหนี้ด้วย
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ตามที่นายนพพรพาดพิง ทั้งนี้ทราบแล้วว่านายนพพรหลบหนีอยู่ประเทศใด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานงานระหว่างประเทศ สำหรับสำนวนคดีนี้ที่ สน.พระโขนง และ สน.วัดพระยาไกรรับผิดชอบ สามารถสรุปทันภายในวันที่ 10 ธ.ค.จากนั้นจะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งคดีต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ประสพโชค พร้อมมูล ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติฯ เข้าตรวจสอบโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูป วัตถุโบราณ ชิ้นส่วนทับหลังที่ยึดได้ภายในโกดังสวงค์อพาร์ตเมนต์เกี่ยวข้องกับคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ โดยหลังจากประสานกรมศิลปากรให้เข้ามาตรวจสอบพบว่าเป็นศิลปวัตถุและส่วนใหญ่เป็นของทำเลียนแบบขึ้น ยังไม่พบโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรห้ามทำเลียนแบบ 9 รายการ







