posttoday
ตร.โต้ "นพพร" ย้ำแจ้งข้อหาตามหลักฐาน

ตร.โต้ "นพพร" ย้ำแจ้งข้อหาตามหลักฐาน

07 ธันวาคม 2557

ผกก.สน.วัดพระยาไกรโต้ "นพพร" ยืนยันแจ้งข้อหาตามหลักฐาน ไม่มีกลั่นแกล้ง เผยเคยเชิญมาให้ข้อมูล 1 ครั้งตั้งแต่ยังไม่แจ้งข้อหา

ผกก.สน.วัดพระยาไกรโต้ "นพพร" ยืนยันแจ้งข้อหาตามหลักฐาน ไม่มีกลั่นแกล้ง เผยเคยเชิญมาให้ข้อมูล 1 ครั้งตั้งแต่ยังไม่แจ้งข้อหา

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกรกล่าวถึง กรณีที่ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร มีการทำหนังสือชี้แจงมาจากต่างประเทศผ่านสื่อ พร้อมเผยแพร่กับภาพถ่ายยืนถือหนังสือฉบับดังกล่าว โดยมีการกล่าวถึงพนักงานสอบสวน  สน.วัดพระยาไกร ปิดบังหลักฐานและจงใจให้ตกเป็นเหยื่อว่า ขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวที่ นายนพพร กล่าวอ้างไม่เป็นความจริง ซึ่งพนักงานสอบสวนเคยเชิญขอความร่วมมือเข้าให้ข้อมูล 1 ครั้ง แต่ขณะนั้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ โดยคดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกระบวนการความยุติธรรมของกฎหมาย ไม่มีการกลั่นแกล้ง

"การแจ้งข้อหาเป็นไปตามหลักฐานจึงมีการออกหมายจับศาลทหาร หากผู้ต้องหาจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ สามารถติดต่อขอเข้ามอบตัว ขอรับรองว่าคดีจะเป็นไปตามความยุติธรรม"พ.ต.อ.เกียรติณรงค์กล่าว

พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ ยังกล่าวถึง ความคืบหน้า การควบคุมตัว น.ท.ปริญญา รักวาทิน หรือเจี๊ยบ อายุ 52 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับ ม.112 หลังเข้ามอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น) และสอบสวนปากคำเสร็จ จากนั้นควบคุมตัว น.ท.ปริญญา มาที่ สน.วัดพระยาไกร ว่า ได้สั่งกำชับให้ตำรวจคอยตรวจตราดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ช.ม. เพื่อป้องกันการทำร้ายตัวเอง เหตุเพราะผู้ต้องหามีภาวะค่อนข้างเครียด แต่นอนหลับปกติ โดยตลอดทั้งคืนถึงช่วงเช้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานทาง สน.วัดพระยาไกร นำแผงเหล็กมาวางกั้นไว้ที่บริเวณทางขึ้นชั้นสองซึ่งเป็นห้องควบคุมผู้ต้องหา โดย เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์กระดาษติดไว้สองแผ่นบริเวณแผงเหล็กมีข้อความ"สถานที่ราชการ บุคคลภายนอกไม่มีกิจธุระห้ามเข้า" ซึ่งในช่วงเวลามีลูกสาวและญาติ น.ท.ปริญญา นำอาหารและเสื้อมาเข้าเยี่ยมและฝากสิ่งของไว้ให้ น.ท.ปริญญา เพราะในวันที่ 8 ธ.ค.พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัว น.ท.ปริญญา ไปขออำนาจศาลทหารฝากขังผลัดแรก

ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า ทราบเรื่องที่นายนพพร ได้เผยแพร่หนังสือชี้แจงออกมาแล้ว ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไป ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดี น.ท.ปริญญา รักวาทิน หรือเสี่ยเจี๊ยบ ผู้ต้องหาคดีเดียวกัน ล่าสุดเจ้าตัวได้ทำเรื่องเพื่อขอประกันตัวมาถึง บช.น. แล้ว ซึ่งก็ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป 

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคำร้องขอประกันตัวของน.ท.ปริญญา นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้หรือไม่ให้ประกันตัวต่อไป เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง โดยเฉพาะมาตรา 112 ที่กลุ่มผู้ต้องหามีการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อข่มขู่ให้ผู้อื่นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด พร้อมกันนี้ในส่วนของแถลงการณ์ของนายนพพร ที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆในขณะนี้ โดยเฉพาะข้อความบางส่วนที่ระบุว่าพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร มีการปกปิดและบิดเบือนหลักฐานเพื่อยัดข้อหาให้นายนพพรนั้น ล่าสุด ผบช.น. ได้สั่งการให้ผู้กำกับ สน.วัดพระยาไกร ดำเนินการตรวจสอบแล้ว เพื่อทำรายงานชี้แจงเรื่องดังกล่าวกลับมาที่ ผบช.น. อีกครั้ง  

ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า กรณีแถลงการณ์ที่ นายนพพร เผยแพร่ออกมานั้น ตำรวจไม่ได้ดำเนินการใดๆเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นเพียงการพูดลอยๆเท่านั้น ใครก็พูดได้ และหากคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรนำหลักฐานมาต่อสู้กันตามกระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนที่มีการระบุว่าตำรวจ สน.วัดพระยาไกร บิดเบือนหลักฐานนั้นก็เป็นการพูดขึ้นมาลอยๆเช่นกัน พิสูจน์ไม่ได้ว่ามีการบิดเบือนสำนวนจริงหรือไม่ อีกทั้งคดีดังกล่าวนายตำรวจระดับผู้บัญชาการก็ลงมาควบคุมด้วยตัวเอง จึงไม่น่าจะมีการบิดเบือนเกิดขึ้นได้  อย่างไรก็ตามในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ ตำรวจจะนำตัวนายปริญญาไปขออำนาจศาลฝากขัง และจะยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวแนบไปด้วย จากนั้นคงเป็นขั้นตอนของศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล