
บรรจุให้รัฐมีหน้าที่สร้างพลเมืองคุณภาพในรธน.
กมธ.เผยบรรจุเนื้อหาให้รัฐมีหน้าที่สร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ รู้เท่าทันสื่อ-เคารพความแตกต่าง-รับผิดชอบสังคมในรธน.
กมธ.เผยบรรจุเนื้อหาให้รัฐมีหน้าที่สร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ รู้เท่าทันสื่อ-เคารพความแตกต่าง-รับผิดชอบสังคมในรธน.
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 1 ว่าด้วยความเป็นพลเมืองและสิทธิพลเมือง ในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่าขณะนี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับความเป็นพลเมืองและสิทธิพลเมือง ที่ระบุว่า “ให้ รัฐมีหน้าที่สร้างพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพรู้เท่าทันสื่อ เลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ พึ่งตนเองได้ เคารพหลักความเสมอภาค เคารพความแตกต่าง มีวินัย เคารพสิทธิของผู้อื่น เคารพกติกา ยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม ตระหนักในหน้าที่ รับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม ทั้งนี้รัฐจะต้องให้การศึกษาเรื่องพลเมืองด้วยการกำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของ หลักสูตรในสถานศึกษาทุกระดับ ทั้งในระบบและนอกระบบ รวมทั้งผู้ที่พ้นวัยศึกษาด้วย”ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในหมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ทั้งนี้กลไกที่จะกำกับให้การดำเนินงานของรัฐเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญจะอยู่ในกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้นหน่วยงานหลักที่ต้องเป็นฝ่ายปฏิบัติ คือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ต้องกำหนดโครงการเพื่อดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องกำหนดหลักสูตรที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
ด้านนายมีชัย วีระไวทยะ ฐานะประธาน คณะ อนุ กมธ. ขับเคลื่อนเยาวชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยและจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่ออนาคตที่ดี กว่า ในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี่พบว่ากลุ่มเยาวชนให้การตอบรับโดยแสดงความคิดเห็นด้านการปฏิรูปและยก ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นอย่างดี โดยกลุ่มเยาวชนส่งจดหมายผ่านตู้ ปณ.111 ปณฝ.รัฐสภา และอีเมลเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเยาวชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในเรื่อง การป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงการเมือง และ การศึกษา โดยกมธ.จะนำมาแยกประเภทเพื่อจัดการปฏิรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชน รุ่นต่อๆไป
อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่อไป อนุกมธ. เตรียมเสนอตั้งองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานภายใต้สถาบันพระปกเกล้า เพื่อให้เยาวชนร่วมการขับเคลื่อนประเด็นที่เกี่ยวกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ รวมถึงสร้างเครือข่ายในสถาบันการศึกษาเพื่อทำงานหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้
นายมีชัย กล่าวอีกว่า ทางอนุกมธ.เตรียมจัดเวทีรับฟังความเห็นเยาวชน 10 จุด ทั่วประเทศในเร็วๆนี้ โดยแบ่งออกเป็นภาค ซึ่งภาคเหนือ ได้เลือกจังหวัด เชียงใหม่ ภาคเหนือตอนล่าง ใช้จังหวัดพิษณุโลก ภาคอีสาน คือ จังหวัดขอนแก่น และแจ้งให้ทราบอีกครั้งในส่วนของภาคอื่น โดยในแต่ละเวทีรับฟังความคิดเห็นจะใช้เยาวชน ตั้งแต่มัธยมศึกษา ที่ 1-6 จำนวน 60คน แบ่งเป็นชาย 30 หญิง 30 คน เพื่อความเสมอภาคในการแสดงความเห็น ขณะเดียวกันยังขอความร่วมมือไปกระทรวงศึกษาธิการประสานไปยังสถานศึกษาต่างๆ รวบรวมความเห็นของนักเรียนแล้วส่งกลับมาคณะกรรมาธิการอีกด้วย







