
กระหน่ำยิงแกนนำแดงโคราชดับ
คนร้ายกระหน่ำยิง อ้วน-บัวใหญ่ แกนนำแดง “ฮาร์ทคอร์” โคราช ดับอนาถ ตั้ง 3 ประเด็น ชู้สาว,ขัดแย้งส่วนตัว และการเคลื่อนไหวทางการเมือง
คนร้ายกระหน่ำยิง อ้วน-บัวใหญ่ แกนนำแดง “ฮาร์ทคอร์” โคราช ดับอนาถ ตั้ง 3 ประเด็น ชู้สาว,ขัดแย้งส่วนตัว และการเคลื่อนไหวทางการเมือง
นางทองเติม รัตนะ อายุ 61 ปี พร้อมบรรดาญาติพี่น้องเดินทางมารอรับศพนายศักดิ์นรินทร์ กองแก้ว หรืออ้วน-บัวใหญ่ อายุ 24 ปี ที่หน้าห้องเก็บศพ โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่อำเภอบัวใหญ่ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกกลุ่มคนร้ายขับขี่รถยนต์กระบะใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงที่บริเวณ 4 แยกชุมชนบ้านบัว ถนนเทศบาล 7 เขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เข้าที่บริเวณศีรษะและลำตัวรวม 5 นัด เมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ก่อนที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพุทธรรมการกุศล หรือฮุก 31 อ.บัวใหญ่ จะนำตัวส่งโรงพยาบาลบัวใหญ่ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างทาง โดยทางนางทองเติม ผู้เป็นยายของนายศักดิ์นรินทร์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่ทราบสาเหตุที่หลานชายถูกสังหารโหดในครั้งนี้ และยืนยันว่าหลายชายของตนเองเป็นคนดีไม่เคยมีพิษภัยกับใคร และหลังจากนี้จะนำศพของนายศักดิ์นรินทร์ฯ ไปตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดบัวใหญ่ ภายในเขตเทศบาลบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา และจะทำการฌาปนกิจในวันอาทิตย์ 13 มิ.ย.2553 นี้
ทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า นายศักดิ์นรินทร์ได้ไปร่วมพิธีเข้าทรงเจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่บึงบัวใหญ่ เขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ หลังเสร็จพิธีได้ขับรถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้านโดยมีนายวีระยุทธ์ ดีสวน อายุ 17 ปี เพื่อนอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยนั่งซ้อนท้ายมาด้วย
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถยนต์กระบะสีดำไม่สามารถระบุรายละเอียดและหมายเลขทะเบียนได้ ขับสวนมาตะโกนถามเส้นทางไป อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ นายศักดิ์นรินทร์จึงเลี้ยวรถกลับมาหาเพื่อบอกทาง จากนั้นหนึ่งในคนร้ายที่นั่งคู่คนขับได้ชักปืนออกมาจ่อยิงนายศักดิ์นรินทร์ ที่บริเวณศีรษะและลำตัวจำนวนหลายนัดทำให้นายศักดิ์นรินทร์ ล้มลงทันที ส่วนนายวีระยุทธ์ ที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยได้หมอบหลบลูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นคนร้ายได้อาศัยช่วงกลางคืนขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับความคืบหน้าของคดีล่าสุดวันที่ 10 มิ.ย. พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานและสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อมจำนวน 5 ปาก พร้อมตั้งประเด็นการสืบสวนไว้ 3 ประเด็น คือ ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว , ชู้สาว และประเด็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง
พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กล่าวว่า ชุดสืบสวนได้ทำการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อมซึ่งอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุไปแล้วทั้งหมด 5 ปาก และพบว่าสาเหตุที่จะเกี่ยวข้องกับคดีนี้มีด้วยกัน 3 ประเด็น คือ 1. ประเด็นในเรื่องของการชู้สาว เนื่องจากนายศักดิ์นรินทร์มีพฤติกรรมเป็นหนุ่มเจ้าสำราญรักความสนุกสนานและมีหญิงสาวพัวพันไม่น้อย 2.ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายศักดิ์นรินทร์ ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นละแวกใกล้เคียง จนเกิดการกระทบกระทั่งกัน และสุดท้ายคือประเด็นที่นายศักดิ์นรินทร์ เป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง อ.บัวใหญ่คนสำคัญ และมีบทบาทเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวที่รุนแรง ประกอบกับเป็นคนที่มีบุคลิกเลือดร้อนพูดจาโผงผาง ขวานผ่าซาก ใช้ถ้อยคำรุนแรงในการปราศรัยปลุกระดม จึงอาจทำให้สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งจนนำไปสู่การสังหารโหดได้
สำหรับนายศักดิ์นรินทร์ฯ เคยพาผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชบุกป่วนงานพระราชทานเพลิงศพนายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2553 มาแล้ว และยังเคลื่อนไหวในลักษณะที่ไม่เกรงกลัวผู้ใด อีกหลายครั้งทั้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและ กทม.ครั้งที่มีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. อย่างไรก็ตาม เมื่อ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 2 ได้เรียกให้เข้าไปรายงานตัวเพื่อทำความเข้าใจในฐานะแกนนำหลักที่ กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ก่อนมาถูกยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว







