posttoday
กมธ.ปฏิรูปสื่อฯชงออกกม.คุมองค์กรรัฐซื้อโฆษณา

กมธ.ปฏิรูปสื่อฯชงออกกม.คุมองค์กรรัฐซื้อโฆษณา

07 ธันวาคม 2557

"กมธ.ปฏิรูปสื่อฯ"ชง ออกกฎหมายคุมองค์กรรัฐซื้อโฆษณา เพื่อให้โปร่งใส-ตรวจสอบได้ พร้อม ห้ามมีภาพ-เสียงโปรโมตตัวเอง

"กมธ.ปฏิรูปสื่อฯ"ชง ออกกฎหมายคุมองค์กรรัฐซื้อโฆษณา เพื่อให้โปร่งใส-ตรวจสอบได้ พร้อม ห้ามมีภาพ-เสียงโปรโมตตัวเอง

นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ สปช. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปสื่อสารมวลชน กล่าวถึงการจัดทำกฎหมายควบคุมการซื้อสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของภาครัฐว่า ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา  มีการหารือเพื่อเตรียมผลักดันให้รัฐบาลออกพรบ. ควบคุมการซื้อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ โดยเรื่องนี้เป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันของภาคีเครือข่ายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ทีดีอาร์ไอ และอีก4องค์กรสื่อคือ สมาคมนักข่าวฯ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุ และสภาวิชาชีพวิทยุโทรทัศน์

ทั้งนี้ เนื่องจากผลการวิจัยทีดีอาร์ไอพบว่า หน่วยงานภาครัฐใช้งบประมาณในการซื้อสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานหรือองค์กร ตกปีละ 8,000-10,000 ล้านบาท ยังไม่รวมถึงการจัดงานอีเวนท์ต่างๆ ของกระทรวงทบวงกรมหรือหน่วยงานของภาครัฐ พบว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ รั่วไหล ซ้ำยังสร้างปัญหาให้สื่อขาดความเป็นอิสระในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชน

"ที่ผ่านมามักจะมีคำขู่ทั้งจากรัฐบาล และนักการเมืองมาตลอดว่า ถ้าไม่เชียร์รัฐบาล รัฐมนตรีก็จะถอนการซื้อพื้นที่โฆษณาและประชาสัมพันธ์ในสื่อนั้นๆ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสื่อบางแห่งและมีปัญหาในการนำเสนอข่าวสารต่อสังคม"นายประดิษฐ์กล่าว

นายประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า องค์กรภาคีเครือข่ายจึงเห็นร่วมกันว่าควรจะมีพรบ.การโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ พ.ศ… เพื่อให้การซื้อสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ โดยการเน้นสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในข้อมูลที่ประชาชนควรรับรู้ รับทราบ และห้ามมิให้มีภาพและเสียงของบรรดานักการเมือง รัฐมนตรี หรือข้าราชการระดับสูงที่คุมหน่วยงานนั้นๆ เพื่อแอบแฝงประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของตัวเองเหมือนอดีตที่ผ่านมา

นอกจากนี้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณในการซื้อสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าแต่ละปีได้ใช้งบประมาณไปจำนวนเท่าใด เป็นงบของหน่วยงานใดบ้าง โดยต้องรายงานต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทุกปี ทั้งนี้กรรมาธิการปฏิรูปสื่อฯ ได้พิจารณารัฐธรรมนูญ50มาตรา45 ที่บัญญัติถึงเรื่องการใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์เข้าพิจารณาด้วยพบว่า ยังมีการแทรกแซง ครอบงำสื่อ จึงเห็นด้วยว่าควรจะมีกฎหมายดังกล่าวออกมาควบคุมการใช้งบประมาณของภาครัฐให้รัดกุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จะมีการหารือในที่ประชุมกรรมาธิการปฏิรูปสื่อฯ ให้ถือว่าเป็นกฎหมายที่เร่งด่วนที่สำคัญอันจะนำไปสู่การปฏิรูปสื่อสารมวลชน ผลักดันเสนอเป็นกฎหมายต่อรัฐบาลและสนช.ต่อไป

แหล่งข่าวจากสปช.  เปิดเผยว่า ขณะนี้เตรียมมีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ.....  หลังจากที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ ฐานะประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 ได้หารือกับสปช. สายสื่อมวลชนแล้วเห็นว่าควรมีการนำร่างกฎหมายดังกล่าวที่ยกร่างมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา มาพิจารณาปรับปรุงเพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพในการควบคุมกันเองของสื่อมวลชน รวมถึงพิทักษ์ประโยชน์ให้กับสื่อมวลชน โดยล่าสุดเรื่องดังกล่าวถูกนำเสนอเข้าสู่คณะอนุ กมธ. จัดทำข้อเสนอแนะในการตรา หรือแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ที่มี นายเจษฎ์ โทณะวณิก  เป็นประธานคณะ แล้ว และจะมีการพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดบางบทบัญญัติให้มีความทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นอกจากนั้นแล้วในประเด็นสิทธิ เสรีภาพสื่อมวลชนที่จะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เบื้องต้นมีข้อสรุปคือ จะคงเจตนารมณ์และสาระหลักเหมือนในรัฐธรรมนูญ 2550 แต่จะเพิ่มประเด็นการใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ นอกจากนั้นในส่วนของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) ที่เป็นกลไกกำกับดูแลสื่อมวลชน จะพิจารณาให้รวมเป็นคณะกรรมการชุดเดียวกัน เพื่อให้การกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพกว่าปัจจุบันที่พบว่า กสทช. ได้แยกเป็นคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)และทำให้มีปัญหาต่อการทำงาน

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล