
เบื้องลึกการเร่ขายหุ้นวินด์ฯ
เบื้องหลัง “นพพร” ตุ๋นเศรษฐีหุ้นทั่วตลาด ชวนซื้อ “วินด์ ” ได้มือปั้น “ก้องเกียรติ” เป็นพี่เลี้ยง เร่ขาย
เบื้องหลัง “นพพร” ตุ๋นเศรษฐีหุ้นทั่วตลาด ชวนซื้อ “วินด์ ” ได้มือปั้น “ก้องเกียรติ” เป็นพี่เลี้ยง เร่ขาย
นักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้น เปิดเผยว่า มีนักลงทุนรายใหญ่หลายราย รวมทั้งบรรดาผู้ที่มีเงิน ผู้บริหารโบรกเกอร์ ถูกเชิญชวนให้ซื้อหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) และนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASP ที่ปรึกษาการเงิน และเจ้าหน้าที่การตลาด ชักชวนให้เข้าซื้อหุ้น ซึ่งมีหลายล็อต ล็อตแรกราคา 390 บาท และล็อตที่ 2 ราคา 570 บาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท
“นักลงทุนรายใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อซื้อหุ้นคนละ 100-200 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าปีหน้าหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ เข้าซื้อขายแล้วจะได้กำไรงาม” นักลงทุนกล่าว
การชักชวนซื้อหุ้นตัวนี้ นอกจากทีมงาน ASP แล้ว ยังมีนายประเดช กิตติอิสรานนท์ ผู้ถือหุ้นบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) ติดต่อขายหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ ด้วยตัวเอง มีการเปิดไวน์เลี้ยงนักลงทุนเป้าหมาย จัดประชาสัมพันธ์เป็นระบบ โรดโชว์ดึงรายใหญ่ซื้อหุ้น
นักลงทุนที่เป็นเหยื่อ นอกจากคิดว่าจะทำเงินมหาศาลจากการเข้าตลาดหุ้นของหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ แล้ว ส่วนสำคัญน่าจะมาจากเครดิตนายก้องเกียรติ ซีอีโอที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับของตลาดทุน ทำให้นักลงทุนเชื่อถือ โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ลูกค้า ASP เช่น เสี่ย ป.ชื่อดัง ซื้อหุ้นรายละ 100-200 ล้านบาท
นักลงทุนรายใหญ่ กล่าวว่า ไม่คิดโทษนายก้องเกียรติ เพราะเหตุครั้งนี้เกิดปัญหาจากนายนพพร ศุภพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ ที่มีคดีจ้างอุ้มเจ้าหนี้และหนีออกนอกประเทศ ซึ่งก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น มีทีมงานพาไปดูธุรกิจการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมที่ห้วยบง นครราชสีมา มีการผลิตไฟฟ้าแล้ว เห็นว่าเป็นโครงการดี จึงเข้าลงทุน แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้ว ก็ไม่รู้จะทำยังไงกับเงินที่สูญไปจำนวนมาก
แหล่งข่าวจากผู้บริหารโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากนายประเดชให้เข้าซื้อหุ้นมูลค่าถึง 500 ล้านบาท แต่ไม่รู้มีอะไรดลใจ จึงปฏิเสธไป
ทั้งนี้ จากการโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายก้องเกียรติหลายครั้ง ก็ไม่รับสาย
ด้าน นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การซื้อหุ้นวินด์ฯ นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นการตัดสินใจของนักลงทุนเอง ซึ่งก็จะต้องยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยเช่นกัน
สำหรับกรณีที่ซื้อหุ้นวินด์ฯ เพราะบริษัทเตรียมตัวจะเข้าจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2558 นั้น นายสถิตย์ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ 3 เกณฑ์ ซึ่งบริษัท วินด์ฯ จะต้องใช้เกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) มากกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ยังต้องรอให้มีผลการดำเนินงานต่อเนื่องคาดว่ากว่าจะเข้าได้ต้องประมาณไตรมาส 3 ปี 2558
ขณะที่เกณฑ์กำไรสุทธิก็ใช้ไม่ได้ เพราะบริษัทยังมีผลการดำเนินงานขาดทุนอยู่ ส่วนเกณฑ์โครงการสาธารณูปโภค จะต้องมีอายุสัมปทานเหลือ 15 ปี ก่อนยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ ขณะที่วินด์ฯ มีสัมปทาน 5 ปี/ครั้ง ซึ่งไม่สามารถนับรวมเป็น 15 ปีได้ จึงใช้เกณฑ์นี้ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม วินด์ฯ จะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์และเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้หรือไม่ จะต้องพิจารณาคุณสมบัติในตอนนั้น ขณะนี้จึงยังให้ความเห็นไม่ได้ว่าวินด์ฯ จะเข้าตลาดหุ้นได้หรือไม่







