
นายกฯยันมาเลย์พร้อมร่วมมือคุยสันติสุข
นายกรัฐมนตรี ย้ำการเดินทางเยือนต่างประเทศ กระชับสัมพันธ์ สร้างความร่วมมือเศรษฐกิจ ยันมาเลย์ ร่วมมือดี เจรจาสันติสุข ผุดไอเดียRubber City แก้ราคาตกต่ำ
นายกรัฐมนตรี ย้ำการเดินทางเยือนต่างประเทศ กระชับสัมพันธ์ สร้างความร่วมมือเศรษฐกิจ ยันมาเลย์ ร่วมมือดี เจรจาสันติสุข ผุดไอเดียRubber City แก้ราคาตกต่ำ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงภารกิจเดินทางไปเยือนต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมาด้วยว่า เป็นการติดตามความก้าวหน้าและสานต่อความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อให้มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อวันที่ 26-27 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เพิ่มความเชื่อมโยงกันในทุกๆด้าน รวมทั้งการย้ำถึงความสำคัญในการจัดตั้งและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวบริเวณชายแดนของไทย และการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสายหนองคายด้วย ซึ่งในเรื่องของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวนั้น จะมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น มาใช้ประโยชน์ทั้งการให้บริการนักท่องเที่ยว ทั้งการตรวจเข้าเมือง การขอวีซ่า การใช้บัตร smart card รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวร่วมกันในลักษณะ Joint Package รวมทั้งการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ไทยและ สปป.ลาว ในปีหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 27 พ.ย.นั้น ประธานาธิบดีเวียดนามได้ฝากถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.นี้ โดยความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามอยู่ในระดับดีมากและมีความใกล้ชิดมากขึ้น ไทยมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับเวียดนามอย่างจริงจังในการสร้างความมั่งคั่งและมั่นคง และการพัฒนาของทั้งสองประเทศเพื่อไปสู่การพัฒนาของภูมิภาคโดยรวม และในปี 2559 ทั้งสองประเทศก็จะได้ฉลองครบรอบ 40 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ก็ได้พูดคุยเรื่องความร่วมมือกันอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งในทุกมิติ ส่วน ปัญหาเรือประมง 2 ประเทศนั้น เรื่องการรุกล้ำน่านน้ำ ก็จะมีการเจรจาประนีประนอม หรือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผ่อนผันกันว่าจะทำอย่างไรให้มีผลในทางด้านการต่างตอบแทนให้มีความสมดุลซึ่งกันและกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเยือนสหพันธรัฐมาเลเซียเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสหารือทวิภาคีเต็มคณะ กับนายกรัฐมนตรีกับ ของมาเลเซีย เพื่อย้ำความสำคัญและกระชับความสัมพันธ์กับมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและมาเลเซีย ในด้านความมั่นคงตนได้แสดงเจตนารมณ์สานต่อกระบวนการ พูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นกลาง และรับประสานกับกลุ่มเห็นต่างให้เข้ามาสู่กระบวนการทางนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็ให้เกียรติฝ่ายไทยในการตกลงใจในประเด็นปัญหาต่างๆ โดยจะได้มีการหารือในรายละเอียดกันต่อไป เบื้องต้นได้จัดตั้งคณะทำงานออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับนโยบาย - ระดับขับเคลื่อน - ระดับปฏิบัติการ เพื่อให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขมีความคืบหน้าอย่างแท้จริง
ด้านเศรษฐกิจ ไทยกับมาเลเซียก็ให้ความสำคัญทั้งสองประเทศ ในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งรถและทางราง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ ไทยได้เร่งรัดพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา-ปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเชิญชวนนักลงทุนมาเลเซีย เข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น และเราจะส่งเสริมให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในมาเลเซียให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน รวมถึงแนวคิดทำ Rubber City (เมืองยาง) ระหว่างไทย กับมาเลเซีย ที่จังหวัดสงขลา และรัฐเคดาห์ เพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ







