
"นายกฯ"ยันเร่งลดเหลื่อมล้ำ-ปราบค้ามนุษย์
นายกรัฐมนตรี ยันเร่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ เร่งปราบการค้ามนุษย์วางแนวทางขับเคลื่อนหลัก 3 ด้าน ห่วงไทยถูดลดอันดับแก้ไขปัญหาแรงงานเด็ก ระบุผู้ประกอบการต้องให้ความร่วมมือ
นายกรัฐมนตรี ยันเร่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ เร่งปราบการค้ามนุษย์วางแนวทางขับเคลื่อนหลัก 3 ด้าน ห่วงไทยถูดลดอันดับแก้ไขปัญหาแรงงานเด็ก ระบุผู้ประกอบการต้องให้ความร่วมมือ
วันที่ 6 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ คืนความสุขให้คนในชาติ ว่า แนวนโยบายการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มแรงงานนอกระบบผู้ประกอบอาชีพอิสระ และกลุ่มแรงงานซึ่งยังมิได้มีหลักประกันสังคมใด ๆ สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40โดยรัฐบาลช่วยส่งเงินสมทบร่วมกับผู้ประกันตนด้วยส่วนหนึ่ง รวมทั้งเปิดศูนย์ฟื้นสมรรถภาพคนงานประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดขอนแก่น เพื่อให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ลูกจ้าง
ในส่วนของการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในระยะเร่งด่วนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนหลัก 3 ประการสำคัญ คือ 1. จัดประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อแสดงความมุ่งมั่น จริงจัง ในการป้องกันและปราบปราม ปัญหาการค้ามนุษย์ 2.จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ และ 3.กำหนดมาตรการเร่งรัด เพื่อแก้ไขจุดอ่อนอันสำคัญ 3 ประเด็น คือ (1) การปรับปรุงแก้ไขกระบวนการยุติธรรมให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว (2) ดำเนินมาตรการจัดระเบียบเรือประมงและแรงงานประมง ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาการค้ามนุษย์ และ (3) ดำเนินมาตรการเกี่ยวกับการควบคุม และคัดแยกผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างรอบคอบ
นายกฯ กล่าวยอมรับว่ารัฐบาลมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาใช้แรงงานเด็กและการค้ามนุษย์ จากกรณีที่รายชื่อประเทศไทยได้ปรากฎอยู่ในรายงานเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กของประเทศต่างๆที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจัดทำขึ้น ขณะที่ประเทศไทยได้รับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 182 ว่าด้วย การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย เมื่อปี 2544 ดังนั้น ผู้ประกอบการทุกรายจะต้องให้ความร่วมมือ โดยอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพราะจะทำให้ประเทศได้รับผลกระทบ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องตรวจตราและดำเนินคดีอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ จะต้องอุดช่องว่างทางกฎหมาย รวมถึงยกมาตรฐานการคุ้มครองลูกจ้างแรงงานงานเกษตรกรรมและงานประมง และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยต่อการค้าระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม โดยกำหนดให้นายจ้างจ้างลูกจ้างเข้าทำงานในงานเกษตรกรรม ต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป /นายจ้างต้องจัดเวลาพักให้ลูกจ้างอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังจากทำงานมาแล้วไม่เกิน4 ชั่วโมง /ห้ามเรียกหลักประกันการทำงานจากลูกจ้างเด็ก /ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานอันตราย เช่นงานใช้เลื่อยไฟฟ้า งานปั๊มโลหะ เป็นต้น /นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีสวัสดิการได้แก่ น้ำดื่ม ที่พักอาศัย ที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น







