
บทบาทตลาดทุนต่อ การพัฒนา ศก.ไทย (ตอนที่ 2)
ในบทความครั้งนี้ ผมจะมาวิเคราะห์ในรายละเอียดเรื่องความสำคัญของบทบาทของตลาดทุนไทยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมไทย ซึ่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งที่เกิดจากแรงกดดันจากกระแสการแข่งขันของโลก และนโยบายการพัฒนาของประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ เริ่มสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและข้อจำกัดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในขณะที่ภาครัฐมีงบประมาณอย่างจำกัด ซึ่งต้องพึ่งพาตลาดทุนเพื่อให้สามารถใช้งบที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายทางสังคมต่างๆ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในขณะที่งบประมาณภาครัฐสำหรับการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุมีอยู่อย่างจำกัด
ในบทความครั้งนี้ ผมจะมาวิเคราะห์ในรายละเอียดเรื่องความสำคัญของบทบาทของตลาดทุนไทยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมไทย ซึ่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งที่เกิดจากแรงกดดันจากกระแสการแข่งขันของโลก และนโยบายการพัฒนาของประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ เริ่มสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและข้อจำกัดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในขณะที่ภาครัฐมีงบประมาณอย่างจำกัด ซึ่งต้องพึ่งพาตลาดทุนเพื่อให้สามารถใช้งบที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายทางสังคมต่างๆ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในขณะที่งบประมาณภาครัฐสำหรับการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุมีอยู่อย่างจำกัด
ข้อจำกัดเหล่านี้กำลังจะเป็นปัญหาที่ท้าท้ายที่สำคัญในอนาคตและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข โดยแนวทางที่จะทำให้ข้อจำกัดต่างๆ ให้ลดลงได้ คือ การให้ความสำคัญต่อความมั่นคงของการพัฒนาตลาดทุน เนื่องจากตลาดทุนไทยมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจของประเทศในด้านต่างๆ
ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ตลาดทุนทั่วโลกมีการเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดทุนต่างๆ ส่งผลกระทบถึงกันอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ดังเช่น วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่น วิกฤตการเงินในปี 2540 (วิกฤตต้มยำกุ้ง) วิกฤตการเงินสหรัฐ (Sub-Prime) วิกฤตปัญหาหนี้สาธารณะของกลุ่มยุโรป เป็นต้น ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจให้กับนานาประเทศและกลายเป็นปัจจัยลบต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นสำหรับประเทศไทย
สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยมีการเตรียมการวางรากฐานทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี มีความสามารถที่จะระดมเงินทุนจากผู้ออมเพื่อมาจัดสรรให้เกิดการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการผลิตและการค้าที่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้มีการจ้างงานที่ต่อเนื่องและมีรายได้ที่มากขึ้น ซึ่งนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีของประชาชนในระยะยาว
ตลาดทุนกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากพิจารณาถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในปี 2556 จากผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดย Institute for Management Development (IMD) พบว่า ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวมถูกจัดอยู่ที่ลำดับ 27 จากจำนวน 57 ประเทศที่ทำการศึกษา และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว พบว่า ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย แต่ยังมีความสามารถในการแข่งขันที่ด้อยกว่าสิงคโปร์และมาเลเซีย
การที่ตลาดทุนของโลกในปัจจุบันมีบทบาทเป็นกลไกหลักในการทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากร จัดสรรทรัพยากร และติดตามดูแลการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ ทำให้รูปแบบการลงทุนของนักลงทุนในปัจจุบันขยายขอบเขตในหลายมิติมากขึ้น พบว่า นักลงทุนอาจตัดสินใจลงทุนโดยการเปรียบเทียบความเหมาะสมของการลงทุนข้ามอุตสาหกรรม (Cross-Sector) โดยพิจารณาจากความน่าลงทุนและโอกาสทางธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในอุตสาหกรรมต่างๆ หรืออาจตัดสินใจลงทุนโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันข้ามประเทศ (Cross-Country) ได้
เนื่องจากรูปแบบการลงทุนในยุคปัจจุบันที่มีการส่งเสริมการโยกย้ายเงินทุนได้อย่างเสรี ทำให้เงินลงทุนไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ บจ.ของไทยต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงเสริมสร้างระบบการกำกับดูแลและการบริหารจัดการที่ดี เนื่องจากจะต้องเปรียบเทียบตนเองตลอดเวลาทั้งกับคู่แข่งนอกอุตสาหกรรมและกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันที่อยู่ในประเทศที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน
ฉบับหน้าเรามาดูเรื่องตลาดทุนกับต้นทุนทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งทุนของภาคเอกชน







