posttoday
ชวนชาวอเมริกันมาเที่ยว ประเทศไทยกันเถอะครับ

ชวนชาวอเมริกันมาเที่ยว ประเทศไทยกันเถอะครับ

05 ธันวาคม 2557

หนึ่งในประเทศที่มีมิตรภาพและความสัมพันธ์ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การทหาร ความมั่นคงอย่างดียิ่งและยาวนานกับไทยเรามาตลอดเวลาหลายทศวรรษ คือ สหรัฐอเมริกา แต่หากพิจารณาสถิติของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่เข้ามาประเทศไทยแล้วค่อนข้างที่จะบางตาครับ

หนึ่งในประเทศที่มีมิตรภาพและความสัมพันธ์ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การทหาร ความมั่นคงอย่างดียิ่งและยาวนานกับไทยเรามาตลอดเวลาหลายทศวรรษ คือ สหรัฐอเมริกา แต่หากพิจารณาสถิติของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่เข้ามาประเทศไทยแล้วค่อนข้างที่จะบางตาครับ

ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการของหน่วยงานท่องเที่ยวสหรัฐ ระบุไว้ว่า ในปี 2012 มีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐเข้ามาไทยอยู่ที่ 3.36 แสนคนครับ มากกว่าในปี 2011ที่มีมา 3.17 แสนคน ผมขออนุญาตใช้ตัวเลขอ้างอิงของทางการสหรัฐ (The US Department of Commerce, International Trade Administration through the office of Travel and Tourism Industry)

หากดูตามสถิตินี้ ในทวีปเอเชียนั้นจีนดูเหมือนว่าจะได้ส่วนแบ่งจำนวนนักท่องเที่ยวมากสุดครับ ที่ 1.1 ล้านคน/ปี รองลงมาก็เป็นอินเดีย ประมาณ 9 แสนคนเศษ ลำดับรองๆ ลงมา ก็เป็นฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ตามลำดับ อย่างไรก็ดีตามตัวเลขดังกล่าวข้างต้น ประเทศไทยของเราก็ยังคงอยู่เป็น 1 ใน 10 ของจุดหมายปลายทางไกลของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันครับ

ด้วยเหตุผลทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ บวกกับอัตราการขยายตัวของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ที่เริ่มเดินทางออกนอกประเทศมากขึ้น นับแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ผมจึงอยากเสนอให้หน่วยงานภาครัฐบาลของไทย หันมาให้ความสนใจตลาดอเมริกาใหม่ บนพื้นฐานความสัมพันธ์ของผู้นำการเมืองภาครัฐบาลของทั้งสองฝ่าย ที่มีการสนับสนุนและเกื้อกูลกันเป็นอย่างดีเสมอมา

ครับผมกำลังหมายถึงว่า เราควรจะมีการวางแผนให้ชาวอเมริกันเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพ มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวสูงให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยให้มากขึ้นกว่านี้ครับ โดยใช้ทุกแนวทางที่พอจะทำได้ ทั้งการเมือง การทูต การค้า การทหาร การศึกษา รวมถึงภาคธุรกิจเอกชนและภาคประชาชนของไทย

ผมทราบว่าไม่ง่ายนักหรอกครับในการทำการตลาดในอเมริกาให้เข้ามาท่องเที่ยวบ้านเรา เพราะค่อนข้างใช้เวลาเดินทางมาก ไม่มีสายการบินตรง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาแถบเอเชียเป็นผู้สูงอายุ (Baby Boomer) ส่วนตลาดหนุ่มสาววัยทำงานก็มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่มากนัก มีความนิยมการท่องเที่ยวในแบบเชิงศิลปวัฒนธรรมประวัติศาสตร์มากกว่าการท่องเที่ยวพักผ่อนแถบชายหาด อีกทั้งประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักในแวดวงของภาคประชาชนอเมริกันมากพอ

นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ของบ้านเรายังเป็นจุดหมายปลายทางที่มีนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณมากเกินไป การสื่อสารทางเทคโนโลยีในต่างจังหวัดยังไม่รวดเร็วดีนัก โปรแกรมการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวยังเป็นแบบเดิม ยังไม่มีอะไรใหม่ที่สามารถดึงดูด หรือสร้างแรงจูงใจให้เดินทางมาท่องเที่ยวระยะไกลได้ ท่าเรือที่รองรับนักท่องเที่ยวบนเรือสำราญก็มีความสะดวกไม่มากพอ นี่ยังไม่รวมเสถียรภาพทางการเมืองของไทย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์ของประเทศในด้านการคอร์รัปชั่นอีกด้วยครับ

นักท่องเที่ยวอเมริกันแม้ว่าจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่พฤติกรรมการท่องเที่ยวนั้นใช้สตางค์เยอะครับ ตั้งแต่โรงแรมที่พักระดับ 5 ดาว วิถีชีวิตในการรับประทานอาหาร เครื่องดื่มที่มีคุณภาพและราคาสูง การช็อปปิ้งซื้อของที่ระลึก การเดินทางด้วยยานพาหนะชั้นดี ทั้งทางเครื่องบิน เรือสำราญหรือแม้กระทั่งทางรถยนต์ หากเราจะมองการส่งเสริมนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพให้เข้ามาประเทศไทยให้มากขึ้นในอนาคต ตลาดอเมริกาเป็นตลาดหนึ่งที่น่าสนใจมาก

นอกจากนี้แล้ว ผมยังค่อนข้างเชื่อมั่นว่าในอนาคตอีกไม่นานจากนี้ จะมีข้าราชการ นักธุรกิจ นักเดินทาง และนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอเมริกา เดินทางเข้ามายังประเทศในอินโดจีน พม่า และกลุ่มประเทศในอนุทวีปมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยของเรานี่แหละครับมีศักยภาพสูงสุดในการเป็นฮับหรือศูนย์กลางการท่องเที่ยว ทั้งในการคมนาคมทางอากาศและการสันทนาการในด้านการท่องเที่ยว

ลองหาวิธีและแนวทางใหม่ๆ ในการทำตลาด ทำประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในตลาดนี้ ผ่านช่องทางใหม่ๆ เพิ่มเติมไปจากเดิมที่มีเพียง ททท. การบินไทย ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเถอะครับ เราน่าจะลองหายุทธศาสตร์ในการทำการตลาดเสริมผ่านตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ให้มากขึ้น ชุมชนไทยในอเมริกา หน่วยงานราชการของไทย ที่มีผู้แทนทั้งการพาณิชย์ การทูต การทหาร หน่วยงานภาคเอกชนที่ทำการค้าระหว่างประเทศ นักเรียนไทย ร้านอาหารไทย และช่องทางและกิจกรรมทางการตลาดอื่นๆ ในสหรัฐครับ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง