posttoday
แบงก์ไทยดิ้นหาพันธมิตรนอก เสริมแกร่งเออีซี

แบงก์ไทยดิ้นหาพันธมิตรนอก เสริมแกร่งเออีซี

05 ธันวาคม 2557

ภายในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา แวดวงการเงินไทยได้มีโอกาสต้อนรับเพื่อนร่วมวงการหน้าใหม่ๆ มากขึ้นอย่างคึกคัก

ภายในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา แวดวงการเงินไทยได้มีโอกาสต้อนรับเพื่อนร่วมวงการหน้าใหม่ๆ มากขึ้นอย่างคึกคัก

นำร่องโดย ธนาคารกสิกรไทย ที่แถลงจับมือกับ 35 แบงก์พันธมิตรในกลุ่มอาเซียนบวก3 เพื่อร่วมยกระดับการให้บริการลูกค้าที่ทำธุรกรรมข้ามพรมแดน จนนำมาซึ่งการประกาศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับธนาคารสัญชาติญี่ปุ่น อาโอโซระ ก่อนที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จะประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับธนาคารมิซูโฮะ 1 ใน 3 แบงก์ใหญ่ของญี่ปุ่นตามมา และเชื่อว่ารูปแบบการเป็นพันธมิตรเช่นนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนอาจเรียกได้ว่า หมดยุคที่แบงก์ไทยจะเดินเดี่ยวในเส้นทางธุรกิจแล้ว

เพราะเมื่อวิเคราะห์ดูจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ จะเห็นได้ว่า ล้วนมีแต่ไฟต์บังคับที่ทำให้แบงก์ไทยต้องปรับตัวทั้ง “รับเข้า” และ “รุกออก” แบบ Outside-in และ Inside-out

ประการแรก ที่เห็นได้ชัดเจน มาจากสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยเองที่วุ่นวายจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองมาตลอดนับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ก่อนจะถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตการณ์การเงินโลกในปี 2551 และถูกขย่มอีกครั้งจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 จนส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหยุดนิ่งในเชิงการพัฒนา จนแทบเรียกได้ว่าเป็น “ทศวรรษที่หายไป” (Lost Decade) ของไทย

ภาวะเช่นนี้ทำให้ธุรกิจไทยไม่อาจพึ่งพารายได้ภายในประเทศได้เพียงทางเดียว และเป็นไฟต์บังคับที่ต้องออกไปแสวงหาโอกาสธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนที่กำลังจะรวมตัวเป็นตลาดเสรีการค้าและการลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558

ขณะเดียวกัน การไปลงทุนต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ยังช่วยตอบโจทย์เรื่องต้นทุนให้กับภาคธุรกิจการผลิต ที่หนีจากภาวะต้นทุนแพงและการขาดแคลนแรงงานในไทยอีกด้วย

ประการต่อมา คือ การปรับตัวเพื่อรับมือกับทัพนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ เพื่อใช้ไทยเป็นฐานหลักในการเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี โดยเฉพาะพม่า ลาว กัมพูชา ที่เหมาะแก่การเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ ในยามที่จีน ไทย และอีกหลายประเทศเริ่มแพงขึ้น ซึ่งแบงก์ไทยต้องใช้จุดเด่นของการมีสาขาในหลายประเทศอาเซียน และมีความเข้าใจเชื่อมต่อได้มากกว่าคนจากภูมิภาคอื่นๆ

นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้ประกาศนโยบายหนุนการส่งออกธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(เอสเอ็มอี) 1 หมื่นราย ออกไปยังต่างประเทศภายใน 5 ปี เพื่อตอบโจทย์ต้นทุนในประเทศที่แพงขึ้นและแรงซื้อที่ยังจำกัด หลังจากที่ญี่ปุ่นยังคงต้องต่อสู้กับภาวะเงินฝืดมาเป็นเวลานาน และปัจจุบันก็ยังไม่เข้าใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อ 2%

ประการสุดท้าย คือ แรงกดดันจากการแข่งขันของแบงก์ต่างชาติในยุคเปิดเสรีการเงินอาเซียน

แม้จะยังไม่มีการเปิดเสรีภาคการเงินเต็ม 100% อย่างเป็นทางการ และแผนการที่จะยกระดับธนาคารในอาเซียนให้เป็นสถานะเดียวกัน (Qualified Asean Bank : QAB) ก็ยังมีเป้าหมายตั้งไว้อีกไกลถึงปี 2020 แต่ธนาคารขนาดใหญ่ต่างก็เลือกใช้หลักการเดียวกับเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ว่า “ใครพร้อมไปก่อน”

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การเข้ามาซื้อหุ้นใหญ่ 72% ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา ของ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป อิงค์ (เอ็มยูเอฟจี) 1 ใน 3 กลุ่มทุนการเงินใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และกลุ่มซีไอเอ็มบีจากมาเลเซีย ที่เข้ามาลงทุนในธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) จะทำให้การแข่งขันยิ่งสูงขึ้น ธนาคารไทยไม่ได้แข่งกันเองอีกแล้ว แต่เป็นการแข่งกับธนาคารต่างชาติ ที่ได้เปรียบตรงที่สามารถระดมทุนได้ต่ำกว่าธนาคารไทยถึง 1% ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยในบ้านที่ถูกกว่าไทย

ที่สำคัญก็คือ ธนาคารเหล่านี้จะดึงฐานลูกค้าต่างชาติที่เคยใช้บริการแบงก์ไทย ไปใช้บริการที่ธนาคารชาติเดียวกัน ซึ่งมีความคล้ายคลึงและเข้าใจกันได้ดีกว่าทั้งในด้านภาษาและวัฒนธรรม ส่งผลให้รายได้จากการทำธุรกรรมการเงิน โอนเงิน ยืมเงินเพื่อสภาพคล่อง และอื่นๆ ก็จะลดลงไป จนธนาคารไทยต้องดิ้นรนปรับตัวขนานใหญ่

“ธนาคารต่างชาติใช้กลยุทธ์บุกเข้ามาซื้อหุ้นธนาคารท้องถิ่น เราก็ต้องใช้วิธีการเดียวกัน และสนับสนุนให้ลูกค้าออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งธนาคารจะต้องพิจารณาเรื่องการเปิดสาขาต่างประเทศเพิ่มเติม” ประธานธนาคารกรุงไทย กล่าว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ธนาคารไทยหลายแห่งที่มีความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับธนาคารในต่างประเทศมาหลายปีอยู่แล้ว จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นในการร่วมมือทางธุรกิจให้มากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างความรับรู้ต่อคนทั่วไปให้เข้าใจว่า แม้จะไม่มีสาขาในต่างประเทศมากพอ แต่ก็พร้อมช่วยให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจข้ามประเทศได้ ผ่านทางเครือข่ายธนาคารพันธมิตรในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังต้องมอบข้อเสนอที่ดึงดูดแก่ลูกค้ามากขึ้น เช่น การจัดงานจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเป็นเวทีให้คู่ค้าต่างชาติต่างภาษาได้มีโอกาสมาเจอกันโดยตรง อย่างเช่นที่ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้จัดไปหลายครั้งก่อนหน้านี้

ธุรกิจแบงก์ไทยจึงเป็นตัวอย่างของการลุยศึกนอก-รับศึกในที่น่าจับตายิ่งกว่าใครในเวลานี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท