posttoday
นิรโทษกรรม ศึกวัดใจ ‘ประยุทธ์’

นิรโทษกรรม ศึกวัดใจ ‘ประยุทธ์’

05 ธันวาคม 2557

ประเด็นการเมืองว่าด้วยการนิรโทษกรรมได้กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง ภายหลังฝ่ายนิติบัญญัติทั้งในส่วนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ประเด็นการเมืองว่าด้วยการนิรโทษกรรมได้กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง ภายหลังฝ่ายนิติบัญญัติทั้งในส่วนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีท่าทีอย่างไม่เป็นทางการต่อเรื่องนี้ออกมา ทำให้เกิดความสงสัยครั้งใหญ่ว่าสองแม่น้ำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังเล่นกับไฟหรือไม่

โดยเรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาครั้งแรกในการประชุมอนุ กมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 10 เรื่องการปฏิรูปและสร้างความปรองดอง ในคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” เป็นประธาน ซึ่งเสนอแนวคิดว่าควรดำเนินการออกกฎหมายให้นิรโทษกรรมคู่ขัดแย้ง 2 ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงก่อนเหตุการณ์ยึดอำนาจการปกครอง พ.ศ. 2557 โดยมีข้อยกเว้นที่จะไม่นิรโทษกรรมกรณีผู้ที่กระทำความผิดที่ถึงแก่ความตายและผู้ที่กระทำความผิดในคดีหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

กลไกที่จะทำให้เป็นรูปธรรมนั้นคณะอนุ กมธ.มีความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า ควรเขียนเป็นหลักการเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และกำหนดให้ต้องดำเนินการออกกฎหมายลูก เพื่อให้เกิดผลในการบังคับใช้ในอนาคตต่อไป

ต่อมาเป็นแนวคิดที่ออกมาจาก สนช.ผ่านคณะอนุ กมธ.ด้านการเมือง ในคณะ กมธ.การเมือง สนช. ที่มี “ศิระชัย โชติรัตน์” สมาชิก สนช. เป็นประธาน ซึ่งมีทิศทางที่อยากเห็นกระบวนการนิรโทษกรรมเช่นกัน แต่มีรูปแบบและแนวทางออกที่แตกต่างกันออกไป โดย “สมคิด เลิศไพฑูรย์” สมาชิก สนช.เสนอให้ คสช.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 44 เพื่อดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เกิดการนิรโทษกรรม

เปิดรัฐธรรมนูญมาตรา 44 พบว่ามีเนื้อหาที่เปิดช่องและขั้นตอนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช.สามารถแปรอำนาจรัฐฏาธิปัตย์ไปสู่การนิรโทษกรรมได้จริง

“ในกรณีที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเห็นเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ หรือเพื่อป้องกันระงับ หรือปราบปรามการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอํานาจสั่งการระงับยับยั้ง หรือกระทําการใดๆ ได้...” สาระสำคัญของบทบัญญัติมาตรา 44

เมื่อมองในบริบททางนิติบัญญัติแล้วจะเห็นได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจและความชอบธรรมทางกฎหมายมากพอสำหรับการเริ่มกระบวนการนิรโทษกรรม ซึ่งถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงขึ้นมาก็สามารถเรียกประชุมผู้บริหารของ คสช. เพื่อออกคำสั่ง ประกาศอย่างใดอย่างหนึ่งได้ และที่สำคัญคงไม่มีใครออกมากล้าหือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในเวลานี้

แต่ติดตรงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเอาจริงหรือไม่

ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อเรื่องการนิรโทษกรรมต้องถือว่ายังอยู่ในภาวะชั่งใจพอสมควร ใจหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการทำความฝันของตัวเองในเรื่องการสร้างความปรองดองและความสามัคคีให้เป็นความจริง ซึ่งการจะทำให้เกิดความเป็นรูปธรรมได้นั้นก็มีอยู่หนทางเดียวคือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะถ้าใช้แต่โวหารที่เรียกร้องให้คนไทยรักและสามัคคีคงไม่เกิดผลรูปธรรม

ขณะที่อีกใจหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเผือกร้อนชิ้นนี้ เนื่องจากทราบดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องร้อนและมีรายละเอียดค่อนข้างมาก และยากต่อการช่วยให้ทุกฝ่ายวินๆ ได้ ถ้าเขียนกฎหมายออกมาอย่างหนึ่งอย่างใดย่อมทำให้อีกฝ่ายเสียประโยชน์ จนอาจนำไปสู่ความไม่พอใจและผลักมิตรไปเป็นศัตรู

ที่สำคัญเคยเห็นผลจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วว่าการฝืนทำนิรโทษกรรมแบบขาดความรอบคอบมีจุดจบอย่างไร ด้วยเหตุนี้เองจึงเห็นท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ขอให้องค์กรอื่นไปเป็นเจ้าภาพแทนรัฐบาลและ คสช.

ถึงกระนั้นที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ คงเลือกวิธีการรอและหยั่งเชิงหลายฝ่ายก่อน พอถึงช่วงสุดท้ายของการทำงานค่อยมาตัดสินวัดใจอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล