
นักวิชาการชี้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ต้องทำเร่งด่วน
นักวิชาการระบุแนะรัฐบาลควรเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
นักวิชาการระบุแนะรัฐบาลควรเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
นายชิต เหล่าวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวภายในงานสัมมนา โพสต์ทูเดย์ฟอรั่ม เรื่อง เศรษฐกิจดิจิตอลพลิกโฉมประเทศไทย ว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในการสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไทยเป็นจำนวนมาก เพราะเหตุการณ์ในไทยทำให้บริษัทที่มีโรงงานและอุตสาหกรรมการผลิต ต่างก็ต้องการความเชื่อมั่นและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
"ส่วนใหญ่การลงทุนภาคเอกชนจะนำภาครัฐบาล ถึงแม้เอกชนจะลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างขีดสุดแล้วแต่ก็ยังต้องการความเชื่อมั่นจากภาครัฐในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งหากสามารถทำงานได้ทันทีโดยนำเอาความต้องการในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของภาครัฐ 8 หมื่นแร็ค อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งการต้องการพื้นที่ในการติดตั้ง 4 ตรม. และต้องใช้เงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท หากเกิดการลงทุนทันที จะเกิดการทำธุรกรรมออนไลน์และธุรกิจพาณิชย์ขึ้นทันที"นายชิตกล่าว
ทั้งนี้อุตสาหกรรมที่มีการใช้งานดิจิทัลให้เกิดมูลค่าเข้าประเทศ ได้แก่ ภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคการศึกษา แต่ถ้าเวลาผ่านไปภาคที่สร้างมูลค่าให้ประเทศสูงสุด คือ ภาคการศึกษา นอกจากนี้ กว่า 65% ของอุตสาหกรรมการผลิตของไทยเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ ซึ่งกำลังจะแซงหน้าอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่มูลค่าของสินค้ายังต่ำมาก ถ้ามีการส่งเสริมบริษัทของไทย ที่มีความสามารถในการทำซอฟต์แวร์ระบบต่างๆ และถูกนำมาให้ทำงานอย่างเหมาะสม หากประสบความสำเร็จแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยจะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาหลายหมื่นล้านบาท และถ้าทำได้ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ยิ่งเพิ่มมหาศาล
นอกจากนี้ บริษัทคนไทยควรจะได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ หากมีเรื่องของกฏระเบียบชัดเจน เศรษฐกิจจะเดินไปได้อย่างราบรื่น เทคโนโลยีดิจิทัลทางด้านอินเตอร์แอคทีฟ ตอนนี้ทำได้เกือบหมดแล้ว ปัญหาคือการศึกษายังไม่ครอบคลุมความรู้ให้มีแนวทางที่ดี เพราะฉะนั้นการทำดิจิทัลอีโคโนมีจะต้องฉลาดพอสำหรับการส่งออกได้ จึงอยากขอให้รัฐสร้าง Fee Tax Zone ที่ไม่ได้ยกเว้นเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ แต่ยังครอบคลุมถึงตัวบุคคลที่ใช้งานได้ด้วย เพราะยังมีระบบไอทีที่สร้างสรรค์โดยคนไทย
ทั้งนี้ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เรียนรู้ แต่การขายของออนไลน์อย่างไรให้สำเร็จไม่ใช่แค่เปิดเว็บขายของ แต่ต้องรู้จักดูแลในเรื่องของการให้บริการด้วย ถ้าต้องการผลักดันเศรษฐกิจจากช่องทางดิจิทัลต้องดู 3 ระดับ คือ ดูบริษัทใหญ่ว่ามีแนวทางที่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใดหรือสนับสนุนให้เกิดรายได้อย่างไร ต่อมาให้ดูแลธุรกกิจขนาดเอสเอ็มอี ว่าจะสามารถปรับแนวทางการทำธุรกิจให้เหมาะสมกับอีคอมเมิร์ซอย่างไร และข้อสุดท้าย หาวิธีการสอนคนจำนวนมากที่ต้องการเรียนรู้ในเรื่องของอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ เป็นการสอนการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซผ่านจอเพราะคนที่สนใจมีเป็นล้านกว่าคน ซึ่งการสอนควรจะเป็นรูปแบบของการทำดิจิทัลคอนเทนต์ให้เหมาะสม







