posttoday
คสช.เตรียมเปิด4พันเวทีฟังความเห็นทุกภาคส่วน

คสช.เตรียมเปิด4พันเวทีฟังความเห็นทุกภาคส่วน

04 ธันวาคม 2557

คสช. เตรียมเปิด4,268 เวที รับฟังความเห็นทุกภาคส่วนให้"ประชาชน-นักวิชาการ-นิสิต-นักศึกษา"ร่วม

คสช. เตรียมเปิด4,268 เวที รับฟังความเห็นทุกภาคส่วนให้"ประชาชน-นักวิชาการ-นิสิต-นักศึกษา"ร่วม


เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสนามฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) คนใหม่แถลงความคืบหน้าในการดำเนินการสร้างความปรองดองว่า ปัจจุบันการขับเคลื่อนประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่  โรดแมป ระยะที่ 2 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เป็นช่วงเวลาของการปฏิรูปกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ไปพร้อมๆ กัน เพราะฉะนั้นความรักความสามัคคี และสมานฉันท์ ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย เพื่อให้เป็นสังคมที่มีความมั่นคง และมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ดังนั้น การดำเนินงานของ ศปป. ตาม โรดแมป ระยะที่ 2 ได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ และเป็นหลักคิด โดยมีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ คือ

1.ให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองที่ดีมีความรัก ห่วงแหน รักษา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของไทย รวมทั้งจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

2.ดำเนินการรับทราบความคิดเห็นของประชาชน นิสิต และนักศึกษา นักวิชาการ ในสถาบันอุดมศึกษา และผู้ประกอบวิชาชีพต่าง จากทุกสาขาอาชีพ ในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ของ คสช. เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสังคมไทย โดยปราศจากการใช้ความรุนแรง

พล.ท.พิสิทธิ์ กล่าวว่า การจะบรรลุวัตถุประสงค์นั้น ทาง ศปป.ได้กำหนดแผนงาน 6 แผนงาน และ 9 โครงการโดยโครงการที่สำคัญ คือ ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขจัดข้อขัดแย้ง และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจของประชาชน สำหรับการเปิดเวทีความคิดเห็นจะเปิดพร้อมกันทั้ง 4,268 เวที ทั่วประเทศ โดยมีชื่อโครงการว่า “คนไทยหัวใจเดียวกัน” โดยให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล นิสิต นักศึกษา รวมทั้งบุคลากรในสถาบันการศึกษา และบุคลากรในสาขาอาชีพต่างๆ ได้ร่วมแลกเปิดความคิดเห็นตามกรอบการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน พร้อมทั้งให้เสนอความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยถ้าพื้นที่ใดมีความพร้อมก็สามารถเริ่มได้เลยเป็นต้นไป

ส่วนการเปิดเวทีตามพื้นที่ภาคต่างๆ นั้น แม่ทัพภาค จะมีตำแหน่งเป็น ผอ.ศปป.ภาค ต้องไปคุยกับแม่ทัพภาคนั้น ถ้าหากขอเปิดเวที เพราะบางเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อนจะต้องชี้แจงให้แม่ทัพภาครับทราบด้วย

อย่างไรก็ตามเวลาการทำงานของ ศปป.จะมีระยะเวลาทำงานถึงเดือน ก.ย.2558 ส่วนการสรุปความคิดเห็นเวทีทีต่างๆจะอยู่ในช่วงมิ.ย.-ก.ค. 2558 จากนั้น ศปป.จะนำเอาข้อคิดเห็นประชาชนทุกเวทีมาสรุปเพื่อส่งให้ คสช. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้โครงการนี้จะเริ่มในเดือนธ.ค. 2557 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังมีการจัดงานมหกรรมเอกลักษณ์ไทยหัวใจ 4 ภาค เพื่อสร้างค่านิยม และจิตสำนึกของประชาชนทุกภาคส่วน โดยจะดำเนินการทั้งสิ้น 16 จังหวัด และในวันที่ 29 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค.นี้จะเริ่มกิจกรรม 4 จังหวัด คือ ลพบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช

ส่วนการเปิดพื้นที่ทั่วประเทศ จะประเมินแรงต้านอย่างไร พล.ท.พิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามหาวิทยาลัยใดพร้อม ก็ต้องไปคุยกับนักศึกษาแต่ละกลุ่มว่ามีความคิดเห็นแบบใด ถ้ามีข้อเสนอให้ผ่อนปรนกฎอัยการศึก ตนคิดว่าการเปิดเวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิด 11 ด้านของการปฏิรูปก็ต้องอยู่ในกรอบเท่านั้น

"ผมไม่หนักใจ เพราะผมคิดว่าทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน ไม่มีสีเสื้อใดๆ ทั้งสิ้น เป็นคนไทยด้วยกันต้องพูดคุยกันได้ และรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหา  ขอทหารเป็นผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ผมขอร้องว่าอย่าทำให้ส่วนรวมเสียเลย ถือเป็นสิ่งที่ไม่น่าทำ ก็ของให้มาร่วมกันปรองดองดีกว่า มีอะไรก็มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ้าเราปรองดองกันได้การเลือกตั้งก็เป็นไปตามกรอบเวลาแน่นอน"พล.ท.พิสิทธิ์กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท