
มติสนช.เห็นชอบร่างข้อตกลงไทย-จีนสร้างรถไฟรางคู่
สนช. มีมติ เห็นชอบ ร่างข้อตกลงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไทย-จีน ก่อสร้างรถไฟรางคู่ "ประจิน" ย้ำไม่ให้สิทธิที่ดิน 5 กม.จีน
สนช. มีมติ เห็นชอบ ร่างข้อตกลงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไทย-จีน ก่อสร้างรถไฟรางคู่ "ประจิน" ย้ำไม่ให้สิทธิที่ดิน 5 กม.จีน
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 187 เสียง เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 ตามที่ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
สาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจคือ รัฐบาลไทยตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการตาม "กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565" โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ ขนาดมาตรฐาน เส้นทางหนองคาย -โคราช- แก่งคอย ท่าเรือมาบตาพุด ประมาณ 734 กม. และ เส้นทางแก่งคอย - กรุงเทพ ฯ ประมาณ 133 กม. ซึ่งเป็นโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้งสองฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลในการดำเนินโครงการความร่วมมือ
ทั้งนี้ การดำเนินการจีนจะรับผิดชอบในการก่อสร้างและพัฒนาระบบรถไฟ สำหรับการสนับสนุนเงินลงทุนและการชำระเงินลงทุน จะมีการหารือกันต่อไป โดยฝ่ายไทยจะให้ฝ่ายจีนเข้ามามีส่วนร่วมในโอกาสแรกที่เป็นไปได้ในขั้นตอนการเตรียมการของโครงการฯรวมไปถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯ และจะพยายามให้เริ่มการก่อสร้างได้ภายในปี 2559 การประเมินมูลค่าโครงการฯ ให้เป็นการหารือระหว่างไทยกับจีน รวมทั้งให้องค์กรที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของสองฝ่ายเป็นผู้ประเมิน ให้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมขึ้นใหม่ชุดหนึ่ง เพื่อกำกับดูแลการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สำหรับไทย ให้รมว.คมนาคมเป็นประธานร่วม
สำหรับจีนให้ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ เป็นประธานร่วมกรณีสาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ขัดหรือแย้งกับบันทึกความเข้าใจใดๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟที่ลงนามระหว่าง 2554-2556 ให้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีผลเหนือกว่า
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เหตุผลที่ได้นำเสนอร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนฯ เข้าสู่การพิจารณาเนื่องจาก ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีกำหนดการที่จะเยือนประเทศจีนในเวลาอันใกล้นี้ จึงมีความจำเป็นที่ทางครม. ได้นำร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวมาให้ทาง สนช. พิจารณา
นายสมชาย แสวงการ สนช.กล่าวว่า สนับสนุนความตกลงระหว่างไทยจีน แต่ชั้นที่ต้องลงรายละเอียดเกิดผลกระทบจริง เห็นว่าความจะเอารายละเอียดกลับมาให้สภาฯ ช่วยพิจารณาให้เกิดความรอบคอบรัดกุม รวมทั้งต้องพิจารณาเรื่องดุลอำนาจกับมหามิตรอื่นๆ ทั้ง ญี่ปุ่น สหรัฐ รัสเซีย
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าการร่วมทุนครั้งนี้จะเป็นรูปแบบใดจะเป็น50/ 50 หรือไม่ รวมทั้งไม่อยากให้นำโครงการนี้ไปรวมกับบาร์เตอร์เทรด อย่างการขายข้าว ยางพารา แลกรถไฟ เพราะหากเป็นเช่นนั้น แต่ละฝ่ายก็จะอัพราคาให้เพ่ิมสูงขึ้นกว่าปกติ เป็นหลอกลวงประชาชนสองประเทศ
นอกจากนี้ อยากทราบว่าในข้อตกลงจะมีการถ่่ายทอดเทคโนโลยีอย่างไร แค่ไหนเไทยบ้างเพราะปัจจุบันเราล้าหลังไปมาก ทั้ง หัวรถจักร โบกี้ ล้อ ราง ไทยก็ไม่สามารถผลิตได้ และจีนเป็นเจ้าการทำรถไฟเพราะบังคับการถ่ายทำรถไฟจากยุโรปเราจะมีหรือไม่ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องพื้นที่สองข้างทางที่จีนจะขอจาก ลาว และ ไทย ขยายไป 5 กม. ตรงนี้จะเป็นอย่างไร และคุ้มค่าหรือไม่
พล.อ.อ.ประจิน ชี้แจงว่า การดำเนินการนี้จะเป็นหนึ่งในโครงการเชื่อมจีนกับอาเซียนซึ่งจะเกิดขึ้นแน่นอน และขอยืนยันว่าจะไม่มอบสิทธิประโยชน์เรื่องที่ดินให้จีน เราจะพยายามดูแลโครงการนี้ไม่ให้เกิดผลกระทบลูกกหลานในอนาคต ส่วนจะใช้การร่วมลงุทน ตามพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ หรือไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยตามข้อตกลงนี้มอบหมายให้ รมต.คมนาคมเจรจากับจีนนั้นยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด และเมื่อเริ่มขึ้นตอนแรกการสำรวจและวางแผนก็จะนำเข้าสู่กรรมาธิการคมนาคมเพื่อพิจารณารายละเอียด ต่อไป







