
โรดแมปสันติภาพ ดึงมาเลย์-โดดเดี่ยวบีอาร์เอ็น
นับเป็นก้าวย่างที่ชาญฉลาดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการเลือกจังหวะเวลานี้เยือนมาเลเซียเพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นหารือการพูดคุยเพื่อสันติสุขแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
นับเป็นก้าวย่างที่ชาญฉลาดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการเลือกจังหวะเวลานี้เยือนมาเลเซียเพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นหารือการพูดคุยเพื่อสันติสุขแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้
เมื่อมาเลเซียจะรับหน้าที่ประธานอาเซียน ตั้งแต่ต้นปี 2558 การให้บทบาทมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุย ด้านหนึ่งจึงเป็นการให้เกียรติได้แสดงบทบาทผู้นำอาเซียนแก้ปัญหา
อีกด้านหนึ่งยังเป็นการบีบให้มาเลเซียไม่เล่นนอกบทมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย อย่างที่เคยทำมาในการพูดคุยสันติภาพสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ให้ทำหน้าที่แค่การประสานงาน นัดหมาย จัดสถานที่ และบันทึกการประชุมเท่านั้น
ความล่าช้าของการเริ่มต้นกระบวนการพูดคุย หลังการควบคุมอำนาจ วันที่ 22 พ.ค. แสดงให้เห็นถึงความจงใจของฝ่ายทหาร
ด้านหนึ่งต้องการจัดขบวนใหม่ ย้าย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งมีบทบาทสูงในการพูดคุยที่ผ่านมา แต่งตั้งให้ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ไปประสานงานกับมาเลเซีย ในประเด็นว่าไทยต้องการพูดคุยกับทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะแต่บีอาร์เอ็น
ความแตกต่างที่รัฐบาลนี้ไม่เจาะจงเจรจากับเฉพาะบีอาร์เอ็น ยังถือเป็นการโยนความรับผิดชอบไปยังฝ่ายมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวก
ดังจะเห็นว่า อนุสิษฐ คุณากร เลขาฯ สมช. บอกชัดว่า ไทยเสนอจะคุยทุกกลุ่ม แต่จะมีกลุ่มไหนมาคุยบ้าง (บีอาร์เอ็น พูโลเก่า พูโลใหม่ บีไอพีพี จีเอ็มไอพี) เป็นหน้าที่ของมาเลเซีย ไทยจะไม่ไปแตะในเรื่องนี้
ความน่าสนใจอยู่ที่ทหารโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เข้ามามีบทบาทในการร่วมงานกับภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มากขึ้น ซึ่งเดิมงานมวลชนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ พ.ต.อ.ทวี อดีตเลขาฯ ศอ.บต. วางเอาไว้ และทำให้ภาพลักษณ์ของ พ.ต.อ.ทวี เป็นบวกในสายตาภาคประชาสังคมในพื้นที่
ทว่าเมื่อทหารคุมอำนาจ คุมการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้เบ็ดเสร็จ โดย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) และตั้ง ภาณุ อุทัยรัตน์ มาเป็นเลขาฯ ศอ.บต. ทหารโดย กอ.รมน.ภาค 4 เข้ามาทำงานมวลชนแทน ศอ.บต.
ภาคประชาสังคมในพื้นที่เหล่านี้ แม้จะยังระวังท่าที ไม่แสดงออกว่าเข้าข้างทหาร แต่ระยะหลังที่เกิดเหตุกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะไทยพุทธ ล่าสุดกรณียิงนักเรียนมัธยมที่ปัตตานี ภาคประชาสังคมเหล่านี้ได้ออกโรงเรียกร้องการยุติความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของบีอาร์เอ็น
การวางจังหวะก้าวในการประสานงานกับมาเลเซีย การแสดงเจตนาพูดคุยกับทุกกลุ่ม และการทำงานมวลชนร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่เหล่านี้ ถือเป็นการโดดเดี่ยวบีอาร์เอ็น ทำให้
บีอาร์เอ็นอาจเหลือทางเลือกไม่มากนักในการร่วมโต๊ะการพูดคุยสันติภาพ
วิธีการพูดผ่านยูทูบซึ่งเคยทำให้ทีมเจรจาสมัย พล.ท.ภราดร กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป
สิ่งบ่งชี้ต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เห็นว่า ฝ่ายทหารกำลังบีบทั้งมาเลเซียและบีอาร์เอ็นให้เข้ามาสู่กระบวนการที่ฝ่ายไทยโดยทหารได้วางโรดแมปเอาไว้
แต่สิ่งที่ยังต้องระวัง คณะพูดคุยฝ่ายไทยทั้ง 10 คนนั้น ยังไม่เปิดเผยว่ามีใครบ้าง และจะมีตัวแทนภาคประชาสังคมเข้าร่วมในสัดส่วนเท่าไหร่
รวมทั้งการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อมาเลเซีย ทั้งฐานะผู้ประสานงาน ประธานอาเซียน และตัวแทนของโลกมุสลิม โดยเฉพาะโอไอซี หากมาเลเซียไว้เนื้อเชื่อใจ และยอมรับนโยบายการพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพของรัฐบาลไทย ก็จะส่งผลดีต่อการยอมรับของโลกมุสลิม ซึ่งจะส่งผลสำคัญต่อแนวทางของรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะทำให้นานาชาติในสังคมโลกยอมรับมากขึ้น
หากโรดแมปสันติภาพดำเนินไปได้ด้วยดี อาจถือเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งการเมือง ที่การปฏิรูปก็ส่อเค้าปั่นป่วน







