posttoday
แนะยึด "ร่วมฤดี" โมเดล สังคายนาผังเมืองทั่วกรุง

แนะยึด "ร่วมฤดี" โมเดล สังคายนาผังเมืองทั่วกรุง

04 ธันวาคม 2557

กทม.ควรอาศัยโอกาสนี้จัดการพื้นที่ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยเดิมอีก

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ผลสะเทือนจากคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ที่สั่งให้เจ้าของอาคารสูงในซอยร่วมฤดีต้องรื้ออาคารโรงแรมสูง 20 ชั้น เหลือ 8 ชั้น สะท้อนชัดถึงมาตรการอันหละหลวมของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.)

น่าสนใจว่าผลกระทบดังกล่าวอาจกระเทือนไปอีกหลายชุมชน ซึ่งการสร้างอาคารสูงถูกคัดค้านจากผู้ที่อยู่อาศัยดั้งเดิมในพื้นที่เช่นกัน

ภราเดช พยัฆวิเชียร นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ให้ความเห็นว่า เชื่อว่าการก่อสร้างอาคารสูงในพื้นที่ที่ผิดกฎหมายยังมีอีกมาก ซึ่ง กทม.ควรอาศัยโอกาสนี้จัดการพื้นที่ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยเดิมอีก ด้วยการวัดความกว้างของพื้นที่ซอยให้ชัดเจนว่าทั้งซอยมีความกว้างเท่ากันที่เท่าไร เพราะหากอาศัยการเล่นแง่ว่าหน้าอาคารมีพื้นที่กว้างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากปากซอยหรือลึกเข้าไปมีพื้นที่แคบ ก็เกิดปัญหาคอขวด ส่งผลกระทบกับการจราจรอยู่ดี

นายกสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย กล่าวอีกว่า ควรเร่งจัดทำผังเมืองเฉพาะในแต่ละพื้นที่ เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าในแต่ละพื้นที่จะสามารถสร้างอาคารได้ในระดับไหน และพื้นที่ใดควรเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่น ให้สัมพันธ์กับพื้นที่เมือง ซึ่งในที่สุดอาจลิดรอนสิทธิส่วนบุคคลบ้าง แต่เพื่อความเป็นระเบียบก็จำเป็นต้องจัดการ

ขณะที่ ไพโรจน์ มินเด็น โฆษกศาลปกครอง ระบุว่า หลังจากนี้ กทม.ต้องดำเนินการให้เจ้าของอาคารปรับปรุงอาคาร หรือแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถือว่าคดีได้มาถึงที่สุดแล้ว ถ้าไม่ทำศาลปกครองจะมีขั้นตอนดำเนินการให้ฝ่ายบังคับคดีไปติดตามว่าเป็นไปตามคำพิพากษาหรือไม่

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หนึ่งในผู้พักอาศัยอยู่ในซอยร่วมฤดีและยื่นฟ้องกับพวกรวม 24 ราย กล่าวว่า ศาลปกครองมีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว แม้ทางเจ้าของอาคารจะยื่นเรื่องขออุทธรณ์คำสั่งศาลก็ไม่สามารถทำได้ และหากทาง กทม. ไม่ปฏิบัติตามก็ถือว่าผิดกฎหมาย เมื่อศาลสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น เจ้าของอาคารก็ต้องไปไล่เบี้ยเอา

“เหมือนที่ดินป่าสงวนหากออกโฉนดไป แล้วเอาโฉนดไปกู้ธนาคาร ความเสียหายที่เกิดขึ้นผู้ที่ออกโฉนดก็ต้องรับผิดชอบ จริงๆ แล้วเป็นความผิดตั้งแต่เริ่มต้นของผู้อนุญาต ถ้าไล่เบี้ยกันผู้เสียหายคือเจ้าของตึกที่ไปก่อสร้างก็ต้องไปฟ้องกับผู้อนุญาต  แต่หากจะขยายถนนเพิ่มก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถทำได้เพียงรายเดียว ซึ่งการขออนุญาตมันต้องขอก่อนถนนทำ และถนนต้องมีความกว้าง 10 เมตรตลอดแนวก่อน” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า การตัดสินของศาลปกครองสูงสุดขณะนี้ถือว่าเป็นธรรมแล้ว และเป็นเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ทางกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามทุกคนก็สามารถก่อสร้างได้หมดและกฎหมายของ กทม.ก็จะไม่มีความหมาย

ขณะที่ กฤษฎา กิตติพันธ์เลิศ ผู้พักอาศัยในซอยร่วมฤดี และ 1 ใน 24 ผู้ยื่นฟ้องสำนักงานเขตปทุมวัน กล่าวว่า ผลของคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้กับคน กทม. ได้รับรู้ว่ากรณีเช่นนี้ถือเป็นความเดือดร้อนที่สำคัญไม่ควรปล่อยละเลย ทั้งนี้ยืนยันว่า ชาวซอยร่วมฤดี ไม่ได้อิจฉาหรือต่อต้านโรงแรมอาคารสูงแต่อย่างได เพียงแต่ต้องการสร้างมาตรฐานให้เกิดขึ้น ถ้าถนนซอยที่ประชาชนใช้สัญจรมีขนาดที่แคบต่ำกว่ามาตรฐาน ในอนาคตหากเกิดอัคคีภัย รถดับเพลิงจะเข้ามาดับไฟไม่ได้ เรื่องแบบนี้ต้องมองถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69