
อัยการสั่งฟ้อง2ผู้ต้องหาคดีเกาะเต่า5ข้อหา
อัยการสั่งฟ้อง 2 ผู้ต้องหาคดีฆ่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เกาะเต่า 5 ข้อหา มั่นใจพยานหลักฐานสมบูรณ์
อัยการสั่งฟ้อง 2 ผู้ต้องหาคดีฆ่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เกาะเต่า 5 ข้อหา มั่นใจพยานหลักฐานสมบูรณ์
ความคืบหน้าการดำเนินคดี 2 ผู้ต้องหา ฆ่า 2 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ริมชายหาดด้านปลายแหลม จปร.หาดทรายรี หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.57 และถูกฝากขังมาตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่สำนักงานอัยการภาค 8 นายธวัชชัย เสียงแจ้ว อธิบดีอัยการภาค 8 เป็นประธานประชุมคณะทำงานอัยการพิจารณาสำนวนคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่ ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายธวัชชัย เปิดเผยว่า คณะพนักงานอัยการ ได้มติสั่งฟ้องผู้ต้องหา 2 รายคือ นายเวพิว หรือวิน อายุ 21 ปี สัญชาติพม่า และนายซอลิน หรือ โซเรน อายุ 21 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวที่ พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเกาะสมุยพิจารณาฟ้องต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย ใน 5 กระทงความผิด คือ ข้อหา 1.หลบหนีเข้าเมือง 2.เข้าอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ร่วมกันฆ่านักท่องเที่ยวชาย 4.ร่วมกันกระทำชำเรา นักท่องเที่ยวหญิง 5. ร่วมกันฆ่า นักท่องเที่ยวหญิงเพื่อปกป้องความผิดและหลบหนีการถูกจับกุม ตาม ป.อาญา 289(7) และ ผู้ต้องหาที่ 2 คือ นายซอลิน ถูกสั่งฟ้องเพิ่มอีก 1 คดี คือ ลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาย
นายธวัชชัย กล่าวว่า คณะพนักงานอัยการฯ ได้มอบหมายให้นายไพบูลย์ อาชวานันทกุล อัยการจังหวัดเกาะสมุย นำสำนวนสอบสวนยื่นแถลงต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยเพื่อฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 ในวันที่ 4 ธ.ค.นี้และจะประสานไปยังผู้พิพากษาศาลจังหวัดเกาะสมุยให้เร่งนำสำนวนขึ้นสู้กระบวนการพิจารณาไต่สวนคดีเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากที่ผ่านมาคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน และทั่วโลก
ทั้งนี้สาเหตุที่คณะพนักงานอัยการใช้เวลาพิจารณาสำนวนนานร่วม 2 เดือน เนื่องจากต้องการให้ชัดเจนสมบูรณ์ ครบถ้วนและเชื่อมโยงกันทั้งในเรื่องของพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานนิติวิทยาศาสตร์ และภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงการสอบปากคำพยานในส่วนของเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับคดีทุกขั้นตอน โดยคดีนี้มีสำนวนกว่า 1,000 หน้า
นายธวัชชัย กล่าวและว่า ในการส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พนักงานอัยการจะแถลงต่อศาลเกี่ยวกับการแจ้งสิทธิให้ญาติผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44(1) ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานของสำนักงานคดีต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งการพิจารณาคดีขึ้นสู่ศาลจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลจังหวัดเกาะสมุย
“พยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการ ถูกต้องและเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ มั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฎิเสธ ในชั้นศาล ส่วนกรณีการขอความเป็นธรรมว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายระหว่างการสอบสวน ในสำนวนที่เรามี กลับไม่ปรากฏหลักฐานและร่องรอยบาดแผล ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาและทนายความ ที่จะต้องหาพยานหลักฐานไปต่อสู้กันในชั้นศาล”นายธวัชชัย กล่าว







