posttoday
เร่งทำงานเชิงรุก

เร่งทำงานเชิงรุก

03 ธันวาคม 2557

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เศรษฐกิจในปีนี้อยู่ในสภาพโงหัวไม่ขึ้น อย่างดีที่สุดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ 1% จากที่เคยคาดว่าจะขยายตัวได้ 1.5-2% เลวร้ายที่สุดอาจจะขยายตัวติดลบ แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามเข็นสารพัดมาตรการออกมากระตุ้นก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เศรษฐกิจในปีนี้อยู่ในสภาพโงหัวไม่ขึ้น อย่างดีที่สุดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ 1% จากที่เคยคาดว่าจะขยายตัวได้ 1.5-2% เลวร้ายที่สุดอาจจะขยายตัวติดลบ แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามเข็นสารพัดมาตรการออกมากระตุ้นก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร

เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศหดตัวอย่างรุนแรง ตัวเลขการส่งออกที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในระบบเศรษฐกิจของไทยทรุดหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งจากเศรษฐกิจโลกที่หดตัว ประเทศคู่ค้าหลักของไทยมีกำลังซื้อที่ลดลง และการที่คู่แข่งมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่า หลากปัญหาเหล่านี้ทำให้การรักษายอดการส่งออกของประเทศให้เติบโตเท่าเดิมก็ยากลำบากแสนสาหัส ดีไม่ดีอาจติดลบถึง 0.25-1%

ด้านการท่องเที่ยวที่เป็นตัวเสริมในยามที่ภาวะเศรษฐกิจหลักทรุดต่ำ กลับต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองและการประกาศกฎอัยการศึกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวหายไปจนแทบจะกู่ไม่กลับ

เมื่อมีการประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของโลกและเศรษฐกิจในประเทศว่ามีแนวโน้มจะทรุดยาวออกไปจนถึงปี 2558 ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและกำหนดแผนปฏิบัติการแบบเชิงรุกให้ชัดเจน โดยเฉพาะการส่งออกและการท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนเครื่องจักรหลักในการลากพาเศรษฐกิจให้เดินหน้า ไม่ใช่ตั้งรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นในปัจจุบันนี้

ปฏิบัติการของกระทรวงพาณิชย์ที่นำผู้นำเข้ารายสำคัญในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ยุโรป ละตินอเมริกา แอฟริกา รัสเซีย และซีไอเอส จาก 15 ประเทศ รวม 40 บริษัท มาพบปะเพื่อเจรจาทางการค้ากับผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยกว่า 100 ราย เป็นนิมิตหมายที่ดีในการขยายตลาดการส่งออกให้เติบโตได้ระดับหนึ่ง แต่นั่นยังไม่เพียงพอ กระทรวงพาณิชย์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกันจะต้องมีทีมวิเคราะห์หาจุดอ่อนจุดแข็งของตลาดการส่งออกที่เกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดเอเชียและตลาดในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เพื่อขยายตลาดการส่งออก โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้นำในการเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า และหาทางลดอุปสรรคในการส่งออก

นอกจากนี้ ต้องหาทางสร้างตลาดการท่องเที่ยวหลักของประเทศ ให้มีสินค้าที่เป็นแลนด์มาร์กของประเทศเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการขายธรรมชาติ ทรัพยากร และวัฒนธรรม เนื่องจากพฤติกรรมของผู้คนในโลกนี้ได้เปลี่ยนไปมาก รสนิยมในการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง รัฐบาลจึงต้องปรับกลยุทธ์การตลาดหากต้องการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้มากขึ้น

ในยามที่เห็นเค้าลางของมรสุมมารุมเร้า รัฐบาลที่่ประกาศนโยบายปฏิรูปเป็นเรือธง ต้องกล้าที่จะปรับวิธีการทำงานให้มียุทธศาสตร์เชิงรุกในทุกรูปแบบ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้พ้นจากพายุเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท