posttoday
เรื่องราวของคอร์รัปชั่นที่พูดกันไม่จบ

เรื่องราวของคอร์รัปชั่นที่พูดกันไม่จบ

03 ธันวาคม 2557

ระยะหลายปีหลังมานี้ รัฐบาลทุกรัฐบาลมีนโยบายที่เกี่ยวกับการปราบปรามคอร์รัปชั่น ยิ่งเมื่อมีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น ก็ดูจะให้ความสำคัญกันพอสมควร สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถึงกับมีการแถลงร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่กลับปรากฏว่าการเรียกรับผลประโยชน์ในโครงการต่างๆ ของรัฐบาลนั้น มีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ จนบางกระแสข่าวพูดกัน 30-40% ยิ่งโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ด ยิ่งเห็นเรื่องฉาวโฉ่ที่มีการคอร์รัปชั่นกันทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ โรงสี บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว บริษัทผู้ส่งออกข้าวที่มีเส้นสายทางการเมือง ไปจนถึงนักการเมืองระดับสูง จนประเทศเสียหายเป็นแสนล้าน

ระยะหลายปีหลังมานี้ รัฐบาลทุกรัฐบาลมีนโยบายที่เกี่ยวกับการปราบปรามคอร์รัปชั่น ยิ่งเมื่อมีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น ก็ดูจะให้ความสำคัญกันพอสมควร สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถึงกับมีการแถลงร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่กลับปรากฏว่าการเรียกรับผลประโยชน์ในโครงการต่างๆ ของรัฐบาลนั้น มีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ จนบางกระแสข่าวพูดกัน 30-40% ยิ่งโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ด ยิ่งเห็นเรื่องฉาวโฉ่ที่มีการคอร์รัปชั่นกันทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ โรงสี บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว บริษัทผู้ส่งออกข้าวที่มีเส้นสายทางการเมือง ไปจนถึงนักการเมืองระดับสูง จนประเทศเสียหายเป็นแสนล้าน

มาถึงรัฐบาลปัจจุบันได้ถือเอาเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีและเป็นที่ตั้งตาคอยของประชาชนตาดำๆ ที่เสียภาษีเต็มทุกเม็ดว่าจะได้เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมบ้าง จะมีการลงโทษในคดีที่มีหลักฐานและผลกระทบต่อประชาชนอย่างชัดแจ้งหรือไม่อย่างไร ฝ่ายตุลาการจะดำเนินการกันอย่างไรบ้าง แล้วในเรื่องใหม่ๆ จะมีการขุดคุ้ยเปิดโปงอะไรบ้างไหม เพราะคดีคอร์รัปชั่นในสมัย
ที่ผ่านมานั้นดูจะมีอยู่มากมาย

เปิดหนังสือเมนูคอร์รัปชั่นของมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ที่รู้จักกันในนามสั้นๆ ว่า TDRI ก็ทำให้สงสารประเทศชาติจริงๆ เพราะดูจะมีทุกเรื่องในทุกวงการ ถ้าเป็นเมนูอาหารจริงๆ ก็คงทานกันจนท้องแตกตาย บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่รับทราบกันทั่วไป มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ให้เห็นกันเป็นระยะๆ เช่น เรื่องข้าว เรื่องนมโรงเรียน เรื่องการบุกรุกที่ป่าสงวนเพื่อทำรีสอร์ท เรื่องการทุจริต เปิดสถานบริการทำคนตาย เรื่องรถหรู เรื่อง GT200 เรื่องประมูลกล้ายาง และเรื่องคดีคลองด่าน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่อาจไม่เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ซึ่งถึงแม้จะมีการลงข่าวกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้ดังครึกโครมนัก ไม่แน่ใจว่าด้วยสาเหตุอะไร เช่น เรื่องการรื้อสัมปทานลานจอดรถสุวรรณภูมิ เรื่องโรงไฟฟ้าบางคล้ากับ ETA (Environment Impact Assessment) ที่หายไป ปัญหาคอร์รัปชั่นขององค์กรส่วนท้องถิ่น เรื่อง สปส. โยกเงินประกันสังคมไปซื้อคอมพ์ และเรื่องของผู้พิพากษาและอัยการบางท่าน เป็นต้น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นข่าวรับรู้กันทั่วไป หรือเรื่องที่ไม่เป็นข่าวมากนัก ทุกเรื่องมีผลกระทบต่อประชาชนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม บางเรื่องเป็นเรื่องที่ถึงแก่ชีวิตของคนจำนวนมาก เช่น กรณีไฟไหม้สถานบันเทิงซานติก้า เรื่องจำนำข้าว ที่ชาวนาฆ่าตัวตายไป 10 กว่าคน และที่สำคัญทุกเรื่องมีผลกระทบต่อภาษีที่รัฐบาลเก็บจากประชาชนทั้งสิ้น จนขณะนี้มีการพูดกันว่า การที่รัฐบาลจะขยายประเภทภาษี ฐานภาษี เพิ่มอัตราภาษี หรือเก็บ VAT เพิ่มก็ไม่ว่ากัน แต่ขอให้มีการใช้เงินที่เก็บไปทุกเม็ดอย่างขาวสะอาด กลับคืนมาสู่ประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ไปกระจุกตัวก่อความร่ำรวยให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เป็นพรรคพวกของตัวเอง การพูดกันลักษณะนี้เลยไปถึงว่าในปัจจุบันก็มีการแบ่งปันผลประโยชน์กันอยู่ ทั้งในรูปตัวเงินและการนำพรรคพวกเข้ามา ทำงานรับเงินเดือนกันในหน่วยงานของรัฐบาล ทั้งในรูปของที่ปรึกษา กรรมการ ฯลฯ ไม่เว้นแม้แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

จึงเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามอง เมื่อมีการจับกุมนายตำรวจใหญ่ที่ลงเป็นข่าวเกรียวกราวอยู่ในขณะนี้ เพราะแสดงให้เห็นการเอาจริงของรัฐบาลในการขุดรากถอนโคนการคอร์รัปชั่นและอิทธิพล นับได้ว่าเป็นงานชิ้นโบแดงชิ้นหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ และขณะเดียวกันก็เป็นที่น่าสะพรึงกลัวด้วยเพราะแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของผู้มีสีที่มีอย่างมากมายมหาศาล เพราะไม่เช่นนั้นคงอยู่มาหลายๆ ปี จนสะสมเงินทองทรัพย์สมบัติจำนวนมากมายเช่นนี้ไม่ได้ ที่สำคัญคือควรจะขุดคุ้ยให้ถอนรากถอนโคนให้หมด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป ลงโทษให้รวดเร็วและเด็ดขาด ไม่ใช่พอเข้ากระบวนการยุติธรรมแล้วก็ล่าช้า ค่อยๆ
คืบคลานไป จนถึงที่สุดก็ได้แพะมาแค่คนสองคน เป็นอันจบเรื่อง

ที่เขียนเช่นนี้เพราะหลายๆ คดีคอร์รัปชั่นที่ผู้เขียนยกตัวอย่างข้างต้นก็ดูจะไม่ค่อยไปถึงไหน บางคดีก็ยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการของศาลยุติธรรม บางคดีก็ยกฟ้อง บางคดีหลายคนที่เกี่ยวข้องก็หลุดไป ยกตัวอย่างกรณีโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน หรือที่เรียกว่าคดีคลองด่าน ซึ่งที่จริงบริษัทที่ได้รับการคัดเลือก คือ บริษัทร่วมค้า NVPSKG ซึ่ง N คือ บริษัท นอร์ธเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล  V คือ บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง P คือ บริษัท ประยูรวิศว์การช่าง  S คือ บริษัท สี่แสงการโยธา (1991)  K คือ บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์  G คือ บริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ ซึ่งในการดำเนินการหน่วยราชการมีการเพิ่มพื้นที่ทำการที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทกลุ่มนี้ มีการเพิ่มเงินงบประมาณ ตลอดจนเอื้อประโยชน์อีกมาก และเมื่อมีการตรวจสอบโดย ป.ป.ช. และตัดสินก็มีรัฐมนตรีสองกระทรวงในขณะนั้นที่เป็นคนผิด ซึ่งคงเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าใคร บวกกับข้าราชการประจำอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการดำเนินคดีอาญากับข้าราชการประจำต่อไป

ขณะที่บริษัทร่วมทุนนี้ยังมีที่เป็นบริษัทของนักการเมืองที่เป็นใหญ่อยู่ในขณะนั้น และยังเป็นใหญ่ในเวลาต่อมาอีก ที่ได้ต้องรับผิด ขณะที่ผลกระทบต่อประชาชนก็คือรัฐบาลสูญเสียงบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชนไปแล้วเกือบ 2.3 หมื่นล้านบาท และปัญหาน้ำเสียใน จ.สมุทรปราการ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ผู้เขียนจึงหวังว่า ไม่ว่าจะเป็นคดีล่าสุดที่เพิ่งมีการจับกุม หรือคดีข้าวที่ขณะที่เขียนบทความนี้ สนช.ยังไม่มีการลงมติ จะต้องมีการลงโทษผู้กระทำผิดให้เห็นกันชัดเจนให้ได้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน