posttoday
เอสเอ็มอีปีหน้า ส่อแววเผาจริง

เอสเอ็มอีปีหน้า ส่อแววเผาจริง

03 ธันวาคม 2557

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ยิ่งใกล้สิ้นปีเหมือนจะยิ่งเป็นเวลาสิ้นใจของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพราะที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ประสบความสำเร็จในการช่วยพัฒนาเอสเอ็มอีได้อย่างที่อ้างไว้ ในยุทธศาสตร์คืนความสุขให้คนไทย

นอกจากนี้ ผลจากความซบเซาของเศรษฐกิจไทย ที่คาดว่าจะขยายตัวได้เพียง 1.5% เพราะรัฐบาลไม่สามารถออกมาตรการมากระตุ้นทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วอย่างที่คาด ทำให้การบริโภคภาคประชาชนเริ่มแผ่วตัวลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

ขณะที่การส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวติดลบ 0.4% ไม่ได้ช่วยเอื้อต่อการฟื้นตัวของเอสเอ็มอี เพราะสินค้าส่งออกที่สำคัญกระจุกตัวอยู่ที่ภาคเกษตร เช่น น้ำตาล ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป ส่วนสินค้าภาคอุตสาหกรรมที่จะมีผลต่อเนื่องมายังเอสเอ็มอี ยังอยู่ในภาวะประคองตัว ทั้งแผงวงจรไฟฟ้า เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ยานพาหนะและชิ้นส่วนประกอบซึ่งในอนาคตก็มีโอกาสที่จะหดตัวได้อีก หากผู้ประกอบการยังไม่ปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจไทยถูกขับเคลื่อนด้วยการส่งออกและการบริโภค เพราะการบริโภคมีสัดส่วนคิดเป็น 50% ของจีดีพี และยังมีส่วนที่ต่อเนื่องไปถึงภาคการลงทุนต่างๆ และผลจากการที่เศรษฐกิจไม่ขยายตัวได้อย่างที่คาด กระทบต่อการบริโภคในประเทศฟื้นตัวได้ช้าไปด้วย เพราะอำนาจซื้อของผู้บริโภคลดลง

มีประเด็นน่าสนใจเรื่องผลศึกษาเชิงลึกของ ธปท. ที่พบว่าทุกครั้งที่ประเทศพ้นจากปัญหา ภาคการบริโภคจะเป็นตัวที่ฟื้นได้เร็วสุด แต่ครั้งนี้จะเห็นว่าการฟื้นตัวไม่เป็นเหมือนทุกครั้ง เราจึงห่วงในเชิงว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีอยู่ที่ 83% จะทำให้การอุปโภคบริโภคไม่เข้มแข็งเหมือนในอดีต

ล่าสุด สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมาพูดเรื่องจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต จาก 7% เป็น 8% เพื่อหารายได้เพิ่มอีก 6-7 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 ยิ่งส่งผลต่อจิตวิทยาการบริโภคภาคประชาชน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่เตรียมจ่อขึ้นราคาสินค้าอีกไม่มากก็น้อย ยิ่งเหมือนตอกฝาโลงเอสเอ็มอีให้ยิ่งได้รับผลกระทบทั้งขึ้นและล่อง ซึ่งเกิดจากการซื้อสินค้าเพื่อมาผลิตในราคาที่แพงขึ้น และคนมีกำลังซื้อน้อยลง

สุพันธุ์ มงคลสุธี ในฐานะประธานประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) แสดงความเห็นว่า การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ภาครัฐจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยมองถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศด้วย เพราะหากคาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวได้ไม่ถึง 4% อาจยังไม่เหมาะสมที่จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ขณะที่มาตรการที่คาดว่าจะออกมาเป็นตัวช่วยเอสเอ็มอีของกระทรวงการคลัง อ้างว่าจะออกมาเป็นของขวัญปีใหม่ ยังไม่มีความชัดเจนทั้งเรื่องการพิจารณาปรับลดอัตราภาษีให้เอสเอ็มอี จากปัจจุบันกรมสรรพากรได้ยกเว้นภาษีรายได้สุทธิตั้งแต่0 บาท แต่ไม่เกิน 3 แสนบาท ส่วนรายได้สุทธิเกินกว่า 3 แสน-1 ล้านบาท เสียภาษีอัตรา 15% ส่วนที่มีรายได้สุทธิเกินกว่า1 ล้านบาท ต้องเสียภาษีในอัตรา 20% เท่ากับบริษัทนิติบุคคลรายใหญ่

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยขยายเพดานการเสียภาษีรายได้สุทธิไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 3 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 15% ส่วนผู้ที่มีรายได้สุทธิที่เกินกว่า 3 ล้านบาท ต้องเสียภาษีในอัตรา 20% ซึ่งจะทำให้กรมสรรพากรสูญเสียรายได้ปีละ 1,000 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อไร เช่นเดียวกับแนวคิดการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) ในเอสเอ็มอี วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเช่นกัน

นอกจากนี้ ผลจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2557 ว่าด้วยการลดภาระของผู้ค้ำประกัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.พ. 2558 กำลังจะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับกระบวนการพิจารณาการให้สินเชื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงในการอนุมัติสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอี ที่จะขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ยากมากขึ้นอย่างแน่นอน

แม้ว่ากระทรวงการคลังจะมีเครื่องมืออย่างธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ที่ใช้ปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอี ซึ่งขณะนี้เอสเอ็มอีแบงก์ได้ผ่านการพิจารณาแผนฟื้นฟูจากซูเปอร์บอร์ดแล้ว แต่ความสามารถในการปล่อยกู้ของเอสเอ็มอีแบงก์ ยังทำได้ไม่พอกับความต้องการของเอสเอ็มอี เทียบจากยอดสินเชื่อคงค้างที่ 8.8 หมื่นล้านบาท โดยปีหน้าตั้งเป้าขยายสินเชื่อคงค้างที่ระดับ 1 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องหนี้เสียกว่า4 หมื่นล้านบาท ที่ยังต้องสะสางเป็นงานหลักอยู่

อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าสถานการณ์เอสเอ็มอีไทยขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่ออกมาสนับสนุนการฟื้นตัว และหากภาครัฐยังไม่เร่งออกมาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบ เชื่อว่าปีนี้เผาหลอก แต่ปีหน้าเผาจริงแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท