กมธ.เผยเริ่มร่างรธน.รายมาตราต้นม.ค.58
กมธ.เผยกรอบเวลายกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุต้นม.ค.58เริ่มร่างรายมาตรา คาดเสร็จ 3 เม.ย.58 ประธานสปช. เสนอมาตรการต้านโกง
กมธ.เผยกรอบเวลายกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุต้นม.ค.58เริ่มร่างรายมาตรา คาดเสร็จ 3 เม.ย.58 ประธานสปช. เสนอมาตรการต้านโกง
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงกรอบเวลาการพิจารณาหลักการของอนุกมธ. พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ 10 คณะ ว่า วันนี้ได้มีการพิจารณาอนุกมธ. พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญแล้ว 6 คณะ ซึ่งจะต้องพิจารณาไปจนถึงวันที่ 13 ธ.ค. จากนั้นจะกมธ.ยกร่างฯ จะเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่จะมีการประชุมเพื่ออภิปรายทั่วไปในวันที่ 15-17 ธ.ค. นี้
ทั้งนี้ในวันที่ 18-26 ธ.ค. กมธ.ยกร่างฯ จะมีการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางในการร่างบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากมีการพิจารณาในส่วนใดแล้วเสร็จ จะมอบหมายให้อนุกมธ. ยกร่างบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาร่างในรายมาตรา โดยอนุกมธ. ชุดดังกล่าว มีนางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เป็นประธาน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายดิสทัต โหตระกิตย์ และ นายบรรเจิด สิงคะเนติ เป็นที่ปรึกษาอนุกมธ. นอกจากนั้นมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกฤษฎีกาเป็นอนุกมธ. อีกจำนวนหนึ่ง
อย่างไรก็ตามเมื่อมีการร่างบทบัญญัติในรายมาตราแล้วเสร็จ จะส่งกลับมาให้อนุกมธ. 10 คณะ พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 5-10 ม.ค. 2558 โดยนับตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 2558 จะมีการประชุมกมธ.ยกร่างฯ ทุกวัน เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในรายมาตรา ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 3 เม.ย. ปี 2558 ก่อนถึงกำหนดส่งร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 เม.ย. ปี 2558
นอกจากนั้นนายคำนูณ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอของอนุกมธ. พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 3 ที่มีนายสุจิต บุญบงการ เป็นประธาน ซึ่งได้เผยแพร่หลักการปรับโครงสร้างทางการเมืองและที่มาของนายกรัฐมนตรี โดยเสนอให้คงไว้ซึ่งระบบรัฐสภาแบบเดิม คือ รัฐสภาเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นของอนุกมธ. บางส่วนเท่านั้น เพราะยังมีอนุกมธ. บางท่านที่ยังสงวนข้อคิดเห็นไว้ จึงยังไม่ใช่ข้อสรุปที่จะนำมาปรับใช้ อีกทั้งยังต้องฟังข้อเสนอแนะของสปช. ประกอบด้วย
ขณะเดียวกัน นายบวรศักดิ์ ได้มีการหารือกับเอกอักคราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อหารือถึงข้อดีและข้อเสียของการใช้ระบบเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีทางตรง เนื่องจากประเทศอิสราเอลเคยใช้ระบบการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีโดยตรง ระหว่าง ปี 2539 - 2545 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างระบบการเมืองและการเลือกตั้งต่อไป
ทั้งนี้ยังมีประเด็นที่กมธ.ยกร่างฯ และสปช. จะต้องหารือร่วมกัน ได้แก่ 1. การคอร์รัปชั่นในวงการตำรวจ และ 2. กรณีที่อัยการสูงสุดและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีความเห็นต่างในการพิจารณาบางคดี เนื่องจากเป็นสถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสังคม ที่กมธ.ยกร่างฯ และสปช. ไม่อาจมองข้าม ซึ่งในเบื้องต้นมีการหารือร่วมกันระหว่าง นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. นายบรรเจิด สิงคะเนติ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 7 ว่าด้วยภาค 3 นิติธรรม ศาล และกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
ส่วนของหมวด 1 ศาลและกระบวนการยุติธรรม นายจรัส สุวรรณมาลา ประธานคณะกมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 4 ว่าด้วย ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง หมวด5 การคลังและการงบประมาณของรัฐ นายบรรเจิด สิงคะเนติ เป็นประธานอนุกมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 พิจารณาศึกษาภาค 3 นิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานอนุกมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 8 พิจารณากรอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระ
อย่างไรก็ตามข้อเสนอแรกที่ทั้ง 4 ท่านเห็นร่วมกัน คือ ควรมีการจัดตั้งศาลวินัยการคลังและงบประมาณ เพื่อพิจารณาจากหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีผลต่อการทุจริต ส่วนจะไปสังกัดในส่วนของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกานั้นยังไม่มีการหารือ นอกจากนั้นยังจะมีข้อเสนออีก 4 ข้อ ที่ประธานสปช. จะนำเสนอต่อไปภายในสัปดาห์นี้







