
ราคาน้ำมันกับเศรษฐกิจไทย (1)
สองสามวันนี้มีข่าวที่ทำให้คนไทยหลายคนดีใจว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจลดลงไปถึงระดับ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หลังจากที่กลุ่มโอเปกประกาศคงอัตราการผลิตน้ำมันดิบไว้เท่าเดิมที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน ถึงแม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะลดลงอย่างหนักเพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น และประเทศนอกกลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น เพราะอย่างน้อยราคาน้ำมันในประเทศก็ไม่เพิ่มขึ้น ถึงบางคนบอกว่าควรจะลดลงมากกว่าที่ประกาศลงมาแล้ว และที่จะลดลงต่อไป แต่ก็ดีกว่าราคาเพิ่มขึ้นใช่ไหมครับ
สองสามวันนี้มีข่าวที่ทำให้คนไทยหลายคนดีใจว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจลดลงไปถึงระดับ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หลังจากที่กลุ่มโอเปกประกาศคงอัตราการผลิตน้ำมันดิบไว้เท่าเดิมที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน ถึงแม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะลดลงอย่างหนักเพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น และประเทศนอกกลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น เพราะอย่างน้อยราคาน้ำมันในประเทศก็ไม่เพิ่มขึ้น ถึงบางคนบอกว่าควรจะลดลงมากกว่าที่ประกาศลงมาแล้ว และที่จะลดลงต่อไป แต่ก็ดีกว่าราคาเพิ่มขึ้นใช่ไหมครับ
ผมเข้าใจเหตุผลที่ราคาน้ำมันที่ใช้ในประเทศถูกดึงไว้ไม่ให้ลดลงเท่ากับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ และเพื่อให้มีการใช้น้ำมันในประเทศอย่างประหยัด ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่รับฟังได้ เพราะขนาดน้ำมันที่จัดว่าแพงในปัจจุบัน รถราในกรุงเทพมหานครก็ยิ่งติดกันแบบไม่น่าเชื่อ อย่างเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมใช้เวลาขับรถข้ามสะพานตากสินจากฝั่งธนบุรีมาฝั่งกรุงเทพฯ ถึง 2 ชม.เศษๆ ทั้งๆ ที่สะพานนี้ยาวไม่ถึง 2 กม. ถ้าราคาน้ำมันลดลงไปอีกก็ไม่ทราบว่าจะต้องใช้เวลาเพิ่มอีกเท่าไร เพื่อข้ามสะพานนี้
อย่างไรก็ตาม น่าคิดว่าการควบคุมราคาน้ำมันทางอ้อมที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังมีปัญหาอยู่ในปัจจุบันมากกว่าที่คิด และพูดกันเรื่องรถติดและการบริหารกองทุนน้ำมันหรือไม่
ผมพูดอย่างนี้เพราะคิดเล่นๆ ว่า ในขณะที่การส่งออกของไทยกำลังมีปัญหา ราคาอุตสาหกรรมการส่งออกขยายตัวลดลงเพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและมีปัญหาด้านการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากประเทศอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง ถ้าต้นทุนการผลิตสูงกว่าคนอื่น ในปัจจัยที่ผู้ประกอบการไทยควบคุมราคาไม่ได้อย่างน้ำมันดีเซลหรือน้ำมันเตา ก็ยิ่งจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและผู้ส่งออกของไทยลดลง ถ้าประเทศอื่นปล่อยให้ราคาน้ำมันขึ้นลงไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง และผู้ผลิตของเขาได้ประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงเพราะราคาน้ำมันที่บ้านเขาลดลง
แน่นอนครับว่า บางอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบมาก บางอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบน้อยตามโครงสร้างต้นทุนการผลิตว่าใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงมากน้อยเพียงใด แต่อย่างใดก็เสียเปรียบผู้ประกอบการในประเทศที่ใช้น้ำมันราคาถูกกว่า เนื่องจากรัฐบาลของเขาปล่อยให้ราคาน้ำมันลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาด ซึ่งประเด็นนี้ถ้าเป็นปัญหาจริงทางตัวแทนของผู้ประกอบการอาจกำลังเจรจาหารือกับภาครัฐอยู่ คงไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยแทน ผมพูดขึ้นมาเพื่อให้ท่านผู้อ่านลองใช้ความคิดเท่านั้นแหละครับ
ความจริงเรื่องราคาน้ำมันจะลดลงต่อเนื่องอย่างถาวรหรือไม่คงต้องฟังหูไว้หู เพราะราคาน้ำมันมีความอ่อนไหวมากสามารถที่จะปรับเปลี่ยนขึ้นลงได้ทุกนาที เพราะราคาไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เป็นพื้นฐานกำหนดราคาซึ่งได้แก่ ดีมานด์และซัพพลายในตลาดอย่างเดียว แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข่าวคราวหรือกระแสความรู้สึกในตลาดโลก เช่น ข่าวสงครามในตะวันออกกลางหรือในยูเครน เป็นต้น อย่างตอนนี้ที่ราคาน้ำมันดิบลดลงรวดเร็ว ก็อาจเป็นเพราะนักวิเคราะห์พูดกันมากว่าจะลดลงก็เลยลดลงทั้งๆ ที่เหตุการณ์จริงยังไม่เกิด และอาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้
ที่สำคัญที่สุดคือการเก็งกำไรของบรรดากองทุนทั้งหลายว่าจะเคลื่อนย้ายเงินไปลงที่ไหน ถ้าวันดีคืนดีไม่รู้จะหากำไรที่ไหน และเห็นว่าน้ำมันราคาลดลงมากแล้ว โอกาสที่จะทำกำไรจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันมีมากกว่าการลดลง ก็อาจหวนกลับมาปั้นราคาน้ำมันใหม่ก็ได้ไม่มีใครรู้ เพราะถ้ารู้เขาจะเสียโอกาสในการทำกำไร
เนื้อที่หมดเสียแล้ว ผมขอยกยอดตอนจบไปวันอังคารหน้าครับ







