
ผ่อนปรนฉนวนกาซา
เหตุการณ์ที่อิสราเอลปฏิบัติการโจมตีกองเรือให้ความช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ได้ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง
ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์การโจมตีกองเรือ ซึ่งนานาประเทศได้ออกมาประณามการกระทำของอิสราเอลที่ผ่านมานั้น หลายฝ่ายก็ได้แสดงความกังวล และพยายามที่จะนำเสนอทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่
บทบรรณาธิการของวอชิงตันโพสต์ ระบุว่าวิถีทางที่เหมาะสมที่สุดในการบรรเทาสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อาจจะไม่ใช่การให้อิสราเอลยุติการควบคุมการเดินทางเข้าออกของเรือในฉนวนกาซาโดยทั้งหมด
เนื่องจากหากอิสราเอลยกเลิกการควบคุมเรือที่เข้าออกในฉนวนกาซา เหตุการณ์ก็อาจจะซ้ำรอยกับเมื่อครั้งที่อิสราเอลถอนการควบคุมออกจากตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งได้ทำให้เกิดการลักลอบขนส่งอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างแพร่หลาย
บทบรรณาธิการ ระบุว่า สิ่งที่จำเป็นในขณะนี้คือ การที่อิสราเอลจะต้องผ่อนปรนการปิดล้อมฉนวนกาซา เพื่อสนองตอบต่อความจำเป็นขั้นพื้นฐานของชาวปาเลสไตน์ให้มากยิ่งขึ้น
เนื่องจากการปิดล้อมฉนวนกาซาของอิสราเอลที่ผ่านมา ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการลักลอบขนส่งอาวุธเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และเศรษฐกิจของชาวปาเลสไตน์
ซึ่งจากการสำรวจพบว่าส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง ไฟฟ้า และน้ำขึ้นในอิสราเอล รวมทั้งทำให้อัตราการขาดสารอาหารเพิ่มสูงขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม อิสราเอลก็ยังต้องคงการควบคุมการเข้าออกของเรือในฉนวนกาซาไว้ เพื่อรับประกันว่าขบวนการฮามาสจะไม่มีโอกาสเพิ่มขีดความสามารถของตนได้







