posttoday
ข้าวไทยใกล้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในสหภาพยุโรป

ข้าวไทยใกล้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในสหภาพยุโรป

09 มิถุนายน 2553

ไทยได้ยื่นขอขึ้นทะเบียน “ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่สหภาพยุโรป ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2551 ถ้านับจนถึงขณะนี้ก็เกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งระยะเวลา 2 ปีเป็นกระบวนการปกติของสหภาพยุโรปในการตรวจสอบสินค้าเกษตรที่มายื่นขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ นับตั้งแต่เริ่มเข้าคิว เจ้าหน้าที่หยิบขึ้นมาตรวจสอบ ขอข้อมูล หรือสอบถามเพิ่มเติม ฯลฯ จะเห็นได้ว่ากระบวนการเรื่องทรัพย์สินทางปัญญานั้น ไม่มีอะไรที่เร็ว

สมัยที่ผู้เขียนยังมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาอยู่จะมีคนมาบ่นเสมอว่า การจดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ช้ามาก ผู้เขียนอยากจะตอบเหลือเกินว่า มันมีกระบวนการตรวจสอบที่ละเอียดถี่ถ้วน มีการประกาศโฆษณาอีก 90 วัน ถ้าไม่มีคนคัดค้านจึงจะจดให้ ไม่ใช่การจดทะเบียนสมรสที่เดินเข้าไปก็จดได้เลย แล้วก็มีการจดทะเบียนซ้อนกันมากมาย ถ้าระบบการจดทะเบียนสมรสมีการตรวจสอบ และประกาศโฆษณาก่อนสถาบันครอบครัวเราคงจะดีขึ้นมาก ซึ่งที่จริงบางประเทศเขาก็มีกัน เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้นี้ เริ่มมีข่าวภายในแว่วมาว่า ผ่านกระบวนการที่สหภาพยุโรปได้แจ้งขอข้อมูลเพิ่มเติมมาและฝ่ายไทยก็ได้จัดส่งให้ไปแล้ว โอกาสที่จะประกาศโฆษณาก็มีมาก หากประกาศโฆษณา 90 วันแล้วไม่มีคนคัดค้าน ก็จะได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในสหภาพยุโรปได้ ซึ่งต่อไปการส่งข้าวนี้ไปขายในสหภาพยุโรป จะใช้ตราสัญลักษณ์ “PGI” ของสหภาพฯ บนถุงหรือหีบห่อที่บรรจุได้

ถามว่า แล้วใช้ตรานี้ได้ประโยชน์อะไร ก็ต้องขออธิบายย้อนไป ตั้งแต่ว่า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์คืออะไร เงื่อนไขเป็นอย่างไร

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นการใช้ชื่อหรือสัญลักษณ์ของแหล่งภูมิศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ตอนใดตอนหนึ่งของประเทศ เขต ภูมิภาค ท้องถิ่น รวมถึงทะเล ทะเลสาบ แม่น้ำ ลำน้ำ เกาะ ภูเขา หรือพื้นที่อื่นๆ ในทำนองเดียวกัน โดยเอาชื่อนั้นๆ มาประกอบสินค้า เพื่อแสดงให้ผู้ซื้อหรือผู้บริโภคได้ทราบถึงคุณภาพ หรือลักษณะพิเศษของสินค้านั้นๆ ที่เป็นผลมาจากปัจจัยธรรมชาติที่เป็นสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ของแหล่งผลิต เช่น ดิน น้ำ ภูมิอากาศ สายลม แสงแดด (แต่ไม่รวมเสียงเพลง) และผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ที่สั่งสมกันมานาน นำมาทำการผลิตสินค้า

ดังนั้นสินค้านั้นๆ จะมีลักษณะและคุณภาพเฉพาะ จนเป็นที่กล่าวขานกันทั่วไป เช่น ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง แพรวากาฬสินธุ์ เป็นต้น หรือถ้าเป็นต่างชาติก็จะมี เช่น แชมเปญพาร์ม่าแฮม เป็นต้น

กรณีของพาร์ม่าแฮมเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของสายลม เพื่อให้เห็นว่าผู้เขียนไม่ได้พูดเลื่อนเปื้อนแบบกลอนพาไป จะขออธิบายเพิ่มเติมอีกนิดว่า พาร์ม่าแฮมนั้นนอกจากต้องผลิตที่พาร์ม่าเพราะหมูที่เลี้ยงในแถบนั้นมีปัจจัยเรื่องอากาศและอาหาร ฯลฯ แล้ว การตากขาหมูดิบให้สุกโดยลม ซึ่งเป็นลมที่พัดผ่านช่องภูเขาเข้ามายังเมืองพาร์ม่า ทำให้ขาหมูที่สุกโดยสายลมแล้ว มีกลิ่นหอม

ชื่อแหล่งผลิตที่กำกับจึงมีความสำคัญ ยิ่งได้ตรารับรองคุณภาพก็เป็นเสมือนเครื่องหมายรับประกันมาตรฐานของสินค้านั้น และเป็นเครื่องหมายที่ไว้ใจเชื่อถือได้ มีการตรวจตราละเอียดมีการควบคุมอย่างดี โดยเฉพาะหากจะไปยื่นขอขึ้นทะเบียนในต่างประเทศก็จะต้องมีการตรวจสอบขั้นตอนต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก

การตรวจสอบภายใน หมายถึงชุมชนตรวจกันเอง อาจเป็นการตั้งสมาคมขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนให้ได้มาตรฐาน ไม่มีการนำของจากนอกพื้นที่เข้ามาผลิต หรือจะตั้งเป็นสหกรณ์ก็ได้ ที่ใช้สมาคมของชุมชนหรือสหกรณ์ ก็เพราะว่าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นสิทธิชุมชน ชื่อสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่แสดงบนฉลากสินค้า เป็นของผู้ผลิตในพื้นที่ เปรียบเสมือนเป็นแบรนด์ของชุมชน คล้ายกับ OTOP แต่ไม่ใช่ เพราะไม่มีหลายมาตรฐานแบบ OTOP 4 ดาว OTOP 5 ดาว แต่มีมาตรฐานเดียว ที่ชุมชนต้องรู้จักควบคุมกันเองให้ได้

ตราสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จึงเปรียบเสมือน เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายรับรองต่างกันที่เครื่องหมายการค้า เป็นของบุคคลหรือบริษัท แต่สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นของชุมชน ทุกคนในชุมชนมีสิทธิใช้ได้ ถ้าทำตามคู่มือที่ตกลงกันและได้มาตรฐาน ผ่านการตรวจสอบ ส่วนการตรวจสอบภายนอกก็เป็นการตรวจสอบโดยหน่วยงานของรัฐ หรือบริษัทตัวแทนที่เป็นที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้ ก็ยังมีเงื่อนไขสำคัญๆ อีก 3 ประการ ดังได้กล่าวไว้แล้วในฉบับก่อน จึงจะขอพูดสั้นๆ ในฉบับนี้ว่า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่จะขึ้นทะเบียนได้ต้องมีลักษณะดังนี้

1.เกิดโดยธรรมชาติ หรือเป็นผลิตผลทางการเกษตร หรือหัตถกรรม

2.ชื่อที่ใช้ต้องเป็นชื่อสัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียก หรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์ และสามารถบ่งบอกว่า สินค้าที่เกิดจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะ ดังได้กล่าวแล้ว

3.จะต้องไม่เป็นชื่อสามัญ แม้จะเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ แต่ก็เรียกกันจนเป็นที่รู้จักทั่วไปจนกลายเป็นชื่อสามัญไปแล้วเช่น “บรั่นดี” นอกจากนี้ยังต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือนโยบายของรัฐด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน