posttoday
เดินหน้า กอช. ถอนประชานิยม เพิ่มการออมลดภาระประเทศ

เดินหน้า กอช. ถอนประชานิยม เพิ่มการออมลดภาระประเทศ

01 ธันวาคม 2557

ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็สั่งเดินหน้าการตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ถือเป็นความชัดเจนทำให้กองทุนนี้ฟื้นชีพขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ถูกรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินหน้าล้มกองทุนนี้

ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็สั่งเดินหน้าการตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ถือเป็นความชัดเจนทำให้กองทุนนี้ฟื้นชีพขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ถูกรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินหน้าล้มกองทุนนี้

กอช.เกิดขึ้นสมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดย พ.ร.บ.กอช. มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2554 โดยกฎหมายเป้าหมายสำคัญของ กอช. คือ การสร้างหลักประกันรายได้ให้แรงงานที่อยู่นอกระบบประมาณ 35 ล้านราย ในช่วงวัยเกษียณ 60 ปี มีเพียงพอกับการยังชีพนอกจากนี้ การตั้ง กอช.ยังต้องการลดภาระงบประมาณของรัฐบาล ในการดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวในอีก 20 ปีข้างหน้า ที่มีการประเมินกันว่า ในทุก 5 คน จะมีคนชราจำนวน 1 คน รัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอจะดูแล ลำพังหลักประกันรายได้ของแรงงานนอกระบบที่เกษียณอายุอยู่ตอนนี้ รัฐบาลดูแลได้เพียงแค่เบี้ยคนชราหลัก 1,000 บาท/เดือน ซึ่งไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายในชีวิต แต่จะให้รัฐบาลจ่ายมากกว่านี้ ก็มีรายได้ไม่เพียงพอ เพราะประเทศยังต้องใช้เงินเพื่อลงทุน ใช้หนี้จำนวนมาก ทำให้มีเงินมาดูแลด้านสังคมเหลือน้อย

ดังนั้น หลักของ กอช.จึงเป็นการสร้างหลักประกันให้กับแรงงานนอกระบบที่ไม่มีอยู่ในระบบประกันใดๆ เลย ในลักษณะที่แรงงานต้องออมเงินสมทบเข้ากองทุนเป็นประจำ และรัฐบาลจ่ายสมทบเพื่อเป็นแรงจูงใจส่วนหนึ่ง เหมือนกันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของแรงงานเอกชน และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบราชการ เป็นการรับภาระรวมกัน ไม่ใช่รัฐบาลให้แต่ฝ่ายเดียว หรือรัฐบาลไม่สนใจที่จะช่วยเหลือ

หลังจากกฎหมาย กอช.มีผลบังคับใช้ กำหนดไว้ว่าภายใน 1 ปี ต้องเริ่มรับสมาชิกกองทุน หรือตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. 2555 เป็นต้นไป โดยให้แรงงานนอกระบบที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สมัครใจเป็นสมาชิก และจ่ายเงินสมทบขั้นต่ำ 50-13,250 บาท/ปี โดยรัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ 50-100 บาท ตามอายุของสมาชิก หากสมาชิกอายุมากรัฐบาลก็จะสมทบให้มาก

ทั้งนี้ มีการประเมินกันว่า หากเป็นสมาชิก กอช.ตั้งแต่อายุ 15 ปี และจ่ายเงินสะสมเป็นประจำถึงเกษียณอายุ 60 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือน 6,000-8,000 บาท ไม่รวมกับเบี้ยคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้ทุกเดือน เมื่อไปรวมกับสวัสดิการของรัฐด้านอื่นๆ เช่น รักษาฟรี ก็น่าจะทำให้การใช้ชีวิตหลังเกษียณอยู่ได้อย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้น แต่ทว่าในช่วงเวลาดังกล่าว รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มีนโยบายประชานิยมสุดโต่ง แจกเงินและเร่งให้คนเป็นหนี้ จากโครงการรับจำนำข้าว บ้านหลังแรก รถคันแรก เห็นว่า กอช.เป็นนโยบายที่ส่งเสริมให้ประชาชนออมเพื่อใช้วันหน้าไม่ขัดแย้งกับนโยบายประชานิยมที่ทำอยู่ และการสานต่อ กอช.เหมือนเป็นการยอมรับนโยบายดีๆ ของคู่แข่งทางการเมือง

ดังนั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงไม่เกินหน้า กอช. และมีการสั่งศึกษาให้คลังยุบ กอช.ทิ้ง และไปแก้กฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 นำหลักการของ กอช.ไปเป็นกาฝากไว้ให้กองทุนประกันสังคม ซึ่งมีการรับสมาชิกไปแล้วกว่า 1 ล้านราย

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลปัจจุบันสั่งเดินหน้า กอช.เต็มตัว ก็มีการประสานงานกับกระทรวงแรงงาน เพื่อยกเลิกการรับสมาชิกตามมาตรการ 40 เพื่อโอนมาไว้ในระบบของ กอช.ทั้งหมด

การเดินหน้า กอช.ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากเป็นการสร้างประกันให้กับแรงงานนอกระบบแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนตามที่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่สนับสนุนโครงการประชานิยม แต่เข้ามาปฏิรูปต่างๆ ของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน เป็นการถอนพิษโครงการประชานิยมให้กับสังคมไทย การเดินหน้า กอช.ยังมีผลดีต่อระบบการเงินโดยรวมของประเทศ ทำให้ประเทศมีการออมเงินมากขึ้น และเงินออมนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาตลาดเงิน ตลาดทุน รวมถึงโครงการลงทุนต่างๆ ของประเทศอีกจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การเดินหน้า กอช.ก็ยังมีปัญหาอีกมาก ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ เงินงบประมาณ และการหาสมาชิกของกองทุน เพราะกฎหมายผ่านมา 3 ปีแล้ว ยังไม่มีสำนักงาน มีพนักงานเหลือ 2 คน ยังไม่มีระบบซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการบริหารสมาชิก 20-30 ล้านคนในอนาคตที่ผ่านมา รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ กอช.ประมาณ 500 ล้านบาท จากที่ตั้งไว้ 1,000 ล้านบาท ซึ่งหากมีการเดินหน้าเต็มสูบ งบบริหารจัดการดังกล่าวไม่เพียงพอ เพราะสมาชิกของ กอช.จะมากกว่า กบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหลาย 10 เท่า ปัญหาของ กอช.ที่จะตามมาต่อไป คือ การหาสมาชิก เพราะกองทุนนี้เป็นกองทุนภาคสมัครใจไม่ได้บังคับ จะทำอย่างไรให้แรงงานนอกระบบเห็นความสำคัญกับการสะสมออมเงินไว้ในอนาคตผ่านกองทุนนี้ โดยรัฐบาลเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการให้ถึงแม้ว่า กอช.จะประเดิมโอนเงินจากกองทุนประกันสังคมตามมาตรา 40 มาไว้ที่ กอช.กว่า 1 ล้านราย แต่หากไปดูจริงๆ ก็พบว่า สมาชิกดังกล่าวไม่ได้สมัครใจมาเป็นสมาชิกของกองทุนประกันสังคม แต่ถูกรัฐบาลที่ผ่านมาดึงให้เข้ามาเป็นสมาชิก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการดึงแรงงานนอกระบบให้เข้ามาเป็นสมาชิก และมีภาระจ่ายเงินสมทบให้กับกองทุนในระยะยาวไม่ใช่
เรื่องง่าย

ทั้งนี้ หาก กอช.ไม่สามารถหาสมาชิกได้จำนวนมาพอ ก็จะเป็นความล้มเหลวของกองทุนได้เหมือนกัน ยังไม่รวมกับการบริหารจัดการ หาผลประโยชน์ให้กับสมาชิก ที่มีแยกบัญชีเป็นรายบุคคล ต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีการบริหารให้ได้ผลประโยชน์ในระดับสูง เพื่อให้ไม่มีปัญหาเหมือน กบข. ที่บริหารขาดทุนในบางช่วงทำให้สมาชิกไม่พอใจกันยกใหญ่

อย่างไรก็ตาม การเดินหน้า กอช.ถือว่าเดินมาถูกทาง เป็นการทำเรื่องเดียวได้ผลหลายอย่าง เป็นหลักประกันแรงงานนอกระบบเพิ่มมากขึ้น เป็นการบริหารงบประมาณของประเทศในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้างการออมของประเทศ ที่สำคัญเป็นการสร้างวินัยของคนในประเทศว่าไม่มีอะไรได้มาฟรี ไม่ยึดติดกับโครงการประชานิยม ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศจำนวนมหาศาล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท