
อินโดนีเซียกับ AEC ตอนที่ 1
ประเทศอินโดนีเซียถือเป็นว่าเป็น 1 ใน 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนที่กำลังจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีกปีสองปีข้างหน้า ถามว่าประเทศอินโดนีเซียมีความสำคัญอย่างไรต่อภูมิภาคอาเซียน และต่อกรณีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตอันใกล้
ประเทศอินโดนีเซียถือเป็นว่าเป็น 1 ใน 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนที่กำลังจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีกปีสองปีข้างหน้า ถามว่าประเทศอินโดนีเซียมีความสำคัญอย่างไรต่อภูมิภาคอาเซียน และต่อกรณีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตอันใกล้
คำตอบง่ายๆ ก็คือ อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีจำนวนเกาะรวมกันมากกว่า 1.75 หมื่นเกาะ มีที่ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย อินโดนีเซียเป็นที่ตั้งของสำนักงานเลขาธิการใหญ่แห่งองค์กรอาเซียน มีบทบาททั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม ทั้งต่อภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก โดยเฉพาะการมีบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศที่โดดเด่นอยู่ในกลุ่มประเทศที่เรียกว่า จี20
นอกจากอินโดนีเซียจะได้เปรียบที่เป็นประเทศเจ้าของแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแล้ว อินโดนีเซียยังเป็นประเทศส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) รายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน และที่ทำให้ประเทศอินโดนีเซียได้รับการจับตาว่าอาจจะเป็นดาวเด่นในโลกเศรษฐกิจต่อไปในอนาคตอันใกล้เหมือนอย่างประเทศจีน ได้แก่ การที่อินโดนีเซียมีประชากรในวัยทำงานมากถึง 186 ล้านคน โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นประชากรวัยรุ่นถึงกว่า 40 ล้านคน ปัจจุบันอินโดนีเซียมีจำนวนประชากรทั้งหมดประมาณ 250 ล้านคน และถือว่าเป็นประเทศเดียวที่มีประชากรมากถึงร้อยละ 40 ของจำนวนประชากรทุกประเทศรวมกันในอาเซียน
ถ้าคิดเชื่อมโยงจากจำนวนประชากรที่มีเป็นจำนวนมากที่สุดในอาเซียนของอินโดนีเซีย ก็พอจะมองเห็นได้ว่า
1) อินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับสินค้าและบริการจากทั่วโลก รวมทั้งจากประเทศไทย
2) อินโดนีเซียมีขีดความสามารถที่จะเป็นแหล่งผลิตสินค้าได้มากพอๆ กับจีน เนื่องจากมีจำนวนประชากรที่มากมาย
3) อินโดนีเซียมีอัตราการเจริญเติบโตด้านตัวเลขจีดีพีถัวเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 6 ต่อปี ในรอบหลายปีที่ผ่านมา และ
4) อินโดนีเซียสามารถเป็นแหล่งส่งออกทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะและฝีมือออกไปได้ทั่วภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก(ถ้ารัฐบาลอินโดนีเซียสามารถผลิตแรงงานที่มีฝีมือได้มากพอ)
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่ในด้านดีของอินโดนีเซีย หลายท่านอาจจะต้องการทราบถึงด้านที่ถือเป็นจุดอ่อนของอินโดนีเซียกันบ้าง คำตอบคือ 1) ระบอบการเมืองที่เป็นประเทศประชาธิปไตยแบบมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ปัญหาการเมืองของอินโดนีเซียที่ผ่านมาเป็นการเมืองที่ถือว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมายประเทศหนึ่งในโลกด้วยเช่นกันทำให้ภาพรวมการเจริญเติบโตของประเทศไม่เป็นไปเท่าที่ควร
2) ระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมยังมีปัญหาที่รอรับการแก้ไขอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนโยบายที่ยังคงความเป็นชาตินิยมและปกป้องอุตสาหกรรมของประเทศ ส่วนที่เป็นตัวบทกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจน รวมทั้งการทำงานแบบซับซ้อนของหน่วยงานราชการ และการที่รัฐบาลท้องถิ่นมักมีนโยบายเป็นของตัวเอง ทำให้นักลงทุนจากต่างประเทศต้องประสบกับความยากลำบากในการลงทุน
3) ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ยังต้องการการพัฒนาและการปรับปรุงรวมทั้งระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมโยงหมู่เกาะต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างสะดวกเพื่อช่วยลดต้นทุนในภาคของการขนส่งที่ปัจจุบันมีตัวเลขสูงถึงร้อยละ 40 และส่งผลสืบเนื่องต่อราคาของสินค้า
เมื่อทราบจุดอ่อนและจุดแข็งแล้ว สัปดาห์หน้าผู้เขียนจะกล่าวถึงปัญหาด้านอื่นๆ ของประเทศอินโดนีเซีย ที่ต่างชาติกำลังจับตามากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ รวมไปถึงโอกาสของประเทศไทยต่อประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย







