posttoday
บัดเจ็ตโฮเต็ลจีนตะลุยไทย

บัดเจ็ตโฮเต็ลจีนตะลุยไทย

01 ธันวาคม 2557

กลุ่มเซเว่นเดย์สประเดิมเชียงใหม่สิ้นปีนี้รับนักเที่ยวแดนมังกรมาไทยเพียบ

กลุ่มเซเว่นเดย์สประเดิมเชียงใหม่สิ้นปีนี้รับนักเที่ยวแดนมังกรมาไทยเพียบ

2 ยักษ์บัดเจ็ตโฮเต็ลระดับโลกจากจีนจ่อคิวบุกไทย ประเดิมเชียงใหม่ รับกระแสคนจีนแห่เที่ยว

นายไพสิฐ แก่นจันทร์ ผู้ให้คำปรึกษาหลัก บริษัท ฮอสพิทัลลิตี้ แอดไวเซอรี่ เซอร์วิสเซส ที่ปรึกษาด้านธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ขณะนี้ กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมราคาประหยัด หรือบัดเจ็ตโฮเต็ลจากประเทศจีน 2 รายใหญ่ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนตลาด หลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา เตรียมเข้ามาทำตลาดในไทยเป็นครั้งแรก โดยรายแรกที่มีความชัดเจนแล้ว คือ กลุ่มเซเว่นเดย์ส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ที่เตรียมเข้าบริหารโรงแรมแห่งแรกที่ จ.เชียงใหม่ ที่จะเปิดให้บริการปลายปีนี้

ขณะที่อีกกลุ่ม คือ กลุ่มโฮม อินส์ แอนด์ โฮเทลส์ แมเนจเม้นท์ อิงค์ ซึ่งเป็นเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และยังเป็นเชนโรงแรมที่จำนวนห้องมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลกก็สนใจเปิดเชนโรงแรมครั้งแรกในไทยเช่นกัน โดย 2 กลุ่มนี้ มีจำนวนโรงแรมแบบบัดเจ็ต โฮเต็ลที่บริหารอยู่ในมือร่วมกัน 4,000 แห่งทั่วโลก

สำหรับความต้องการเข้ามาทำตลาดในไทยของ 2 เชนโรงแรมใหญ่ดังกล่าว เพราะมองเห็นโอกาสจากการที่ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ชาวจีนให้ความนิยมมาก มีแนวโน้มที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยประมาณ 4.46 ล้านคน คิดเป็น 4.8% ของนักท่องเที่ยวจีนที่ออกมาเที่ยวนอกประเทศ และประเทศไทยติดอันดับ 3 ของเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน รองจากมาเก๊า และฮ่องกง อีกทั้งยังแซงเกาหลี ซึ่งเป็นอันดับ 3 มานาน

นายไพสิฐ กล่าวอีกว่า การที่ผู้สร้างภาพยนตร์ Lost in Thailand ที่เคยทำให้ตลาดเชียงใหม่แจ้งเกิดในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมาแล้ว มีกระแสข่าวว่าเตรียมสร้างภาค 2 เน้นเรื่องราวที่ จ.กระบี่ ซึ่งคาดว่าหนังเรื่องดังกล่าวจะยิ่งทำให้ชาวจีนเข้ามาในไทยมากขึ้น

นอกจาก 2 กลุ่มทุนจีนดังกล่าวแล้ว ยังมีกลุ่มพรีเมียร์ อินน์ เชนโรงแรมระดับกลางบนจากประเทศอังกฤษ ก็สนใจขยายเชนโรงแรมเข้ามาในไทย โดยมองที่ 8 แหล่งท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา สมุย หัวหิน ชะอำ เชียงใหม่ และกระบี่ ซึ่งทำให้แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจฮอสพิทัลลิตี้ของไทยปีหน้ารุนแรงขึ้น และโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลางที่ไม่มีเชน ควรปรับตัวด้วยการหาเชนที่มีชื่อเสียงเข้ามาบริหาร รองรับการแข่งขันกับเชนโรงแรมใหญ่ที่จะเข้ามาในไทยมากขึ้น รองรับการเข้ามาของเชนใหญ่

ด้าน นายโจนาธาน เฮจ ผู้อำนวยการระหว่างประเทศ พลาเทโน่ โฮเทลส์ กรุ๊ป เจ้าของเชนเซเว่นเดย์ส อินน์ กล่าวว่า เซเว่นเดย์ส อินน์ แห่งแรกที่เชียงใหม่ มีห้องพักไม่ต่ำกว่า 100 ห้อง เจาะกลุ่มเป้าหมายคนจีนเป็นหลัก และยังมีแผนระยะ 5 ปี จะขยายเซเว่นเดย์ส อินน์ ในไทยให้ได้ 3050 แห่ง โดยจุดหมายที่สนใจเปิดนอกเหนือจากเชียงใหม่ คือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต

ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างหาพันธมิตรในไทย ทั้งในรูปแบบร่วมลงทุนหรือแฟรนไชส์ โดยตลาดไทยมีความน่าสนใจมาก เพราะนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งพฤติกรรมของคนจีนที่เดินทางออกไปต่างประเทศ จะนิยมเลือกพักโรงแรมแบรนด์ที่ตัวเองรู้จักก่อน ทำให้บริษัทไม่กังวลกับปัจจัยทางการเมือง และไม่กังวลกับการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมในไทยที่รุนแรง เพราะมีจุดแข็งที่เป็นเชน บัดเจ็ตโฮเต็ลของจีน

ขณะที่ตลาดเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็น จุดหมายที่คนจีนนิยมไปเที่ยวมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการตามรอยภาพยนตร์ ชื่อดัง และการที่มีสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ให้บริการหลายสายการบิน ดังนั้นจึงน่าจะมีความต้องการใช้บริการสูง

น.ส.อทิชา ภาษาประเทศ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เรด แพลนเนต โฮเทล ผู้ถือลิขสิทธิ์ ทูน โฮเต็ล ในไทย กล่าวว่า หากมีแบรนด์บัดเจ็ต โฮเต็ลจากจีนสนใจมาเปิดในไทยจริง ก็ถือเป็นคู่แข่งโดยตรง ทำให้ทูน โฮเต็ล ต้องเตรียมพร้อมมากขึ้นเพื่อรับมือการแข่งขัน โดยเฉพาะการอัดกิจกรรมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ให้กับนักท่องเที่ยวในไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท