
บวรศักดิ์พร้อมผลักดันความเสมอภาคสตรีในรธน.
บวรศักดิ์รับข้อเสนอองค์กรสตรี พร้อมผลักดันให้บรรจุเนื้อหาเรื่องความเสมอภาคในรัฐธรรมนูญ
บวรศักดิ์รับข้อเสนอองค์กรสตรี พร้อมผลักดันให้บรรจุเนื้อหาเรื่องความเสมอภาคในรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ โครงการส่งเสริมสิทธิผู้หญิงในรัฐธรรมนูญใหม่และการปฏิรูปขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศและศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาค จัดเวทีเสวนาหัวข้อ “ความเสมอภาคหญิงชายในรัฐธรรมนูญ” โดยมีนางนรีวรรณ จินตกานนท์ นายปรีชา วัชราภัย น.ส.อรพินท์ สพโชคชัย นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และนางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นต้น เข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย
นายปรีชา กล่าวว่า ความเสมอภาคของหญิง และชาย คณะกรรมาการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช.นำเป็นประเด็นนี้มาเป็นที่ตั้ง เรื่องสิทธิดังกล่าวทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง ทั้งหญิง และชาย รวมถึงผู้ที่มีความแตกต่างในเรื่องเพศด้วย ในเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญนั้น เราต้องถามความเห็นประชาชนและฟังประชาชนให้มากที่สุด ไม่ใช่ผู้ยกร่างฯอยากเห็นสิ่งใดก็เขียนสิ่งนั้นลงไป หรือมโนขึ้นมาเอง กมธ.ยกร่างฯควรนำเอาสิ่งที่เป็นความเห็นของประชาชนมาใส่ถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ส่วนนางถวิลวดี กล่าวว่า เวทีรับฟังความเห็นของประชาชนในภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี ร้อยเอ็ด และสุรินทร์ ภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎรธานี สงขลา ภาคกลาง ได้แก่ สุพรรณ ชลบุรี และกรุงเทพฯ โดยจะจัดถึงเดือนมี.ค.58 ซึ่งก่อนเดือนเม.ย.รัฐธรรมนูญจะเป็นรูปเป็นร่าง และกฎหมายลูกจะต้องมีการรับฟังความเห็นจากประชาชนจนถึงปลายปีหน้าด้วย ข้อมูลเหล่านี้สปช.สามารถใช้แปรญัตติได้เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญได้ด้วย
สำหรับแบบสอบถาม จะสอบถามประชาชนก่อนเข้าร่วมและหลังเข้าร่วม เพื่อสำรวจความเห็นและทัศนคติ โดยรูปแบบตัวอย่างคำถามนั้นประชาชนต้องตอบได้ ยกตัวอย่างคำถาม เช่น ผู้นำที่ดีควรเป็นอย่างไร มองอนาคตและอดีตว่าเป็นบทเรียนอย่างไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งผลที่ได้คือการมีคุณภาพของรัฐธรรมนูญ
ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า สตรีควรจะมีบทบาททุกด้านๆอย่างเท่าเทียม การร่างรัฐธรรมนูญไม่ยาก แต่สาเหตุความขัดแย้ง คือ คนมั่งมี กับคนชนชั้นกลางระดับบน เข้าถึงทรัพยากรมาตลอด ขณะที่คนไม่มี คนชั้นกลางลงมา ไม่ได้เข้าถึงทรัพยากร ประชานิยมจึงเป็นทางออก
"คำถามก็คือ เราจะทำอย่างไรให้ลดความเหลื่อมล้ำตรงนี้ไปได้ ต้องบอกกลุ่มสตรีว่าเราต้องช่วยกันสู้เรื่องความเหลื่อมล้ำ เพราะจะมีกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากการเมือง และได้ผลประโยชน์จากประชาชนที่ชอบประชานิยม พวกเขาจะไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และบอกว่ารัฐธรรมนูญเกิดจากต้นไม้เป็นพิษ ผลไม้เป็นพิษ จึงจำเป็นที่เราต้องคิดถึงกระบวนการที่พระมหากษัตริย์และ ประชาชน จะอยู่คำจุนและสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้ได้"นายบวรศักดิ์ กล่าว
ซึ่งถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นจำเป็นต้องมีการทำประชามติ ก็ขอให้กลุ่มสตรีช่วยในเรื่องนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นจะมีคนมาบอกอีกว่าต้นไม้เป็นพิษ ผลไม้เป็นพิษไม่รับก็จะกลับไปสู่ความขัดแย้งเดิมอีก อย่างไรก็ตาม อยากฝากคือหากสภาสตรีแห่งชาติมีกฎหมายรองรับ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะเมื่อมีกฎหมายควบคุมก็จะแปรสภาพจากเอ็นจีโอ ก็จะกลายเป็นจีโอ ข้อดีคือจะมีรัฐมนตรีมาควบคุมมีเงินเดือน แต่ก็จะมีศาลปกครองมาค่อยกำกับดูแลด้วย ซึ่งความเห็นส่วนตัวเลือกเป็นอิสระ
ทั้งนี้ ถ้าเกิดมีกฎหมายมารองรับองค์กร ยกตัวอย่างเช่น มูลนิธิร่วมกตัญญู เท่ากับองค์อื่นก็ต้องมีกฎหมายมารองรับ เพราะที่ผ่านมาในประเทศอังกฤษก็เคยมีกฎหมายลักษณะนี้ แต่นานๆออกมาที เมื่อออกมาแล้วก็ต้องมานั่งอธิบายอย่างละเอียด ทั้งนี้ กฎหมายที่กลุ่มเครือข่ายสตรีฯเสนอมาจะเร่งดำเนินการพิจารณา
สำหรับข้อเสนอในเวทีเสวนาต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีมิติความเสมอภาคระหว่างเพศมีข้อเสนอต่อศาสตราจารย์ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้ หมวดประชาชน 1.เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่มีความแตกต่างหลากหลาย 2.บุคคลย่อมเสมอกันตามกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน 3.คนทุกเพศมีสิทธิเท่าเทียมกันห้ามเลือกปฏิบัติ 4.รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้หญิง ชายมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง กำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในทุกระดับ
หมวดผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง คือ1.ระบบผู้แทนที่ดี และผู้นำการเมืองที่ดีต้องกำหนดสัดส่วนหญิง ชาย ที่เท่าเทียมกัน และมีมาตราพิเศษเพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงเป็นผู้แทนและผู้นำการเมืองที่ดี /หมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ1.บุคคลทุกเพศมีสิทธิหน้าที่ และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายพื้นฐานโดยเสมอภาคเท่าเทียมกัน และไม่มีการเลือกปฏิบัติ 2.แนวนโยบายด้านสังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม ต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาคของบุคคลทุกเพศ จัดสวัสดิการด้านสาธารณสุข การศึกษาและสังคมให้บุคคลทุกกลุ่ม และเป็นธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ
หมวดรัฐสภา 1.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ต้องมีสัดส่วนของหญิง ชาย ที่เท่าเทียมกัน2.คณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายทุกฉบับต้องมีสัดส่วนของหญิง ชาย ที่เท่าเทียมกัน/ หมวดคณะรัฐมนตรี 1.คณะรัฐมนตรีต้องมีสัดส่วนของหญิง ชาย ที่เท่าเทียมกัน /หมวดการคลังและการงบประมาณของรัฐ 1.ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ พัฒนาศักยภาพสตรี แก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกเลือกปฏิบัติ และปัญหาความรุนแรงในทุกรูปแบบ ไว้เป็นการเฉพาะเป็นประจำทุกปี
หมวดการกระจายอำนาจ และการปกครองท้องถิ่น 1.ส่งเสริมให้ประชาชนมีอำนาจปกครองตนเอง มีสภาพลเมืองที่มีสัดส่วนของหญิงชาย ที่เท่าเทียมกัน และกำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นในทุกระดับมีสัดส่วนหญิงชายที่เท่าเทียมกัน/นิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
หมวดศาลและกระบวนการยุติธรรม 1.รัฐต้องจัดให้ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการหรือทุพพลภาพ ได้รับความคุ้มครองในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ และได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม ในคดีที่เกี่ยวกับการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรงเพราะเหตุแห่งเพศ ตลอดจนป้องกันแก้ไขเยียวยาปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 2.การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรงเพราะเหตุแห่งเพศ ต้องให้ผู้กระทำผิดหรือจำเลยมีหน้าที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง /หมวดการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ 1.ต้องมีสัดส่วนของหญิง ชาย ที่เท่าเทียมกัน ในคณะกรรมการทุกคณะขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ







