
ฉากหลังของนายกฯ
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดว่าอยากเปลี่ยน “ฉากหลัง” ให้กับรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ”
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดว่าอยากเปลี่ยน “ฉากหลัง” ให้กับรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ซึ่งออกอากาศทุกวันศุกร์บ้าง เพราะในความคิดท่านประยุทธ์คงมองว่ารูป “ตึกไทยคู่ฟ้า” และธงชาติไทย อาจเชยไปแล้ว ซึ่งในความเห็นผมว่าก็เชยจริงๆ
ไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กตั้งเพจเฟซบุ๊กชื่อ “เปลี่ยนฉากหลังให้ทั่นผู้นำ” ก็ครีเอทแบ็กกราวด์ใหม่ๆ ให้กับท่านนายกฯ โดยตัดรูป พล.อ.ประยุทธ์ ใส่ชุดผ้าไหมสีน้ำตาลยืนบนโพเดียมไว้เรียบร้อย พร้อมกับบอกวิธีตัดต่อโดยสังเขป ให้แฟนเพจเซฟรูปไปตัดแต่งกันเองง่ายๆ ด้วยโปรแกรมที่ทุกคนมีอย่างโปรแกรม Paint
หลังจากนั้นเราจึงได้เห็นท่านนายกฯ อยู่บนเวทีประลองของรายการ “เดอะวอยซ์” บ้าง อยู่ท่ามกลางเวทีลิเกบ้าง เรื่อยไปจนถึงเป็นบัลลังก์ดาบจากซีรี่ส์ Game of Thrones และที่ผมขำที่สุดคือ การตัดท่านนายกฯ กับโพเดียม ให้อยู่ในฉากของรายการ HotTV ซึ่งคู่กัดคนดังของท่าน “ลีน่าจัง” เป็นคนดำเนินรายการ บาร์ล่างของจอเลยเต็มไปด้วยโฆษณาครีมทาหน้าขาว หน้าอกขาว แต่ดูเหมือน “ทั่นผู้นำ” จะไม่สบอารมณ์ด้วย นักข่าวไปให้สัมภาษณ์ท่านตอกกลับเลยว่า “ทุเรศทุกอัน” จนนักข่าวทำหน้างงกันเป็นแถบ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะหงุดหงิดอะไรขนาดนั้น
ว่ากันด้วยประวัติศาสตร์ของรายการ “นายกฯ พบประชาชน” ในรัฐบาลที่ผ่านมา นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร จัดรายการในห้องส่งของสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ไม่ต้องใช้ฉากหลังอะไร ส่วนเวอร์ชั่นออกอากาศช่อง 11 ก็ใช้อินเสิร์ทภาพการทำงานแบบง่ายๆ แทน นายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นรายการถามตอบ บางครั้งนายกฯ ไม่ว่าง ก็ให้รัฐมนตรีมาพูด คุณหมอยงยุทธ มัยลาภ เป็นพิธีกร ขณะที่นายกฯ สมัคร สุนทรเวช นั่งพูดคนเดียวทั้งรายการ แม้ฉากหลังจะจืดชืด แต่ด้วยวาทศิลป์ของคุณสมัครที่พลิ้วแพรวพราว ก็ทำให้รายการน่าสนใจไม่น้อย
รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาทีมงานมืออาชีพของคุณเถกิง สมทรัพย์ มาถ่ายนอกสถานที่ เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนประเด็นการสนทนา และเปลี่ยนพิธีกรไปเรื่อยๆ ซึ่งก็นับว่าน่าสนใจ และน่านับถือในความพยายาม ขณะที่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมาเป็นรายการนั่งทอล์กเชยๆ อีกครั้ง
แน่นอน จุดประสงค์หลักของรายการนายกฯ พบประชาชน คือการบอกเล่าผลงานของรัฐบาล ว่าได้ขับเคลื่อนนโยบายอะไรไปแล้วบ้างในรอบสัปดาห์ ส่วนจะหวังคะแนนเสียงทางการเมืองหรือไม่ ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องหวัง เพราะส่วนใหญ่ที่ผ่านมา นายกฯก็มาจากการเมืองทุกคน เว้นแต่ยุคนายกฯสุรยุทธ์ ที่อาจจะพูดถึงความคืบหน้าในการทำงานของ สนช.เพื่อผ่านร่างกฎหมาย หรือการจัดทำรัฐธรรมนูญมากหน่อย
แต่ต้องไม่ลืมนะครับว่าทุกนายกฯ ก่อนหน้านี้ ช่องทางออกอากาศของรายการจะจำกัดอยู่แค่ช่อง 11 หรือช่อง 9 ไม่มีใครหาญกล้าตัดรายการโทรทัศน์ทุกช่องเพื่อออกอากาศท่านผู้นำ เหมือนในยุคคุณประยุทธ์อีกแล้ว วันนี้กลายเป็นว่าทีวีดิจิทัลมี 2030 ช่อง ออกอากาศหน้าคุณประยุทธ์หมดทุกคืนไพรม์ไทม์วันศุกร์ จะพูดสั้นยาว ก็ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นท่านผู้นำ “เครื่องร้อน” ขนาดไหน
ครับ ผมก็ไม่รู้ว่าไอเดียใคร ที่ฝืนใจประชาชน ให้ต้องรับฟังคุณประยุทธ์มากขนาดนั้น หลายคนอาจจะคิดว่าดี แต่ผมว่าเป็นไอเดียที่ทำร้ายท่านนายกฯ โดยไม่ได้ตั้งใจเสียด้วยซ้ำ เพราะกลายเป็นว่าทุกคนที่ดูทีวีฟังวิทยุจำเป็นต้องฟังท่านทุกวันศุกร์ กลุ่มเป้าหมายของรายการ เลยเป็นทั้งคนที่รัก คนที่ชัง คนที่เฉยๆ คนที่รอดูละคร ต้องนั่งดูท่านประยุทธ์กันพร้อมหน้า ทั้งที่กลุ่มเป้าหมายรายการแบบนี้ไม่ได้เยอะขนาดนั้น
ด้วยเหตุนี้ ทุกองค์ประกอบของรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ตั้งแต่ซิงเกิ้ลเข้ารายการที่เป็นรูปคณะ คสช.แต่งชุดข้าราชการเต็มยศ เรียงกันเป็นวงกลม (ยังดีที่เปลี่ยนแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เรียงกันเป็นรูปหัวใจ) การแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผม จังหวะการพูดจาการขึ้นต้นรายการ การกล่าวจบ รวมถึงฉากหลังจึงสำคัญมาก เพราะการ เช่น ต้องการคะแนนนิยม หรือต้องการให้ไว้ใจและศรัทธา ทีมงานจึงต้องควบคุมตรงนี้อย่างละเอียด
ถ้าใครได้ดูภาพยนตร์เรื่องดัง The Hunger Games ภาคล่าสุด Mockingjay Part 1 คงจำกันได้ว่าฝ่ายกบฏถึงกับต้องเอาทีมสไตลิสต์ทีมถ่ายทำมือหนึ่ง มา “สร้างภาพ”ตัวเองของเรื่อง ตั้งแต่เสื้อผ้า ท่าทาง บุคลิกการพูด เพื่อให้สามารถโน้มน้าวคนได้จำนวนมากในการร่วมกันต่อสู้ ขณะที่โปรดิวเซอร์ก็ต้องคิดหัวแทบแตกว่า การจะสื่อสารให้ประชาชนฮึกเหิม จนสร้างพลังให้รวมตัวกัน “ปฏิวัติ” นั้น จะต้องใช้ “ฉากหลัง” เป็นอะไร
แต่น่าเสียดายที่ทีมงานท่านไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้น และคงคิดแค่ว่า การเป็นตัวของตัวเอง ด้วยบุคลิกเข้มแข็ง ดุดัน แบบทหาร จะเรียกความเชื่อมั่น หรือเรตติ้งได้อย่างต่อเนื่อง แต่ข้อเท็จจริงที่ผมพบก็คือ ขณะที่รายการนี้ออกอากาศ แม้แต่กองเชียร์คุณประยุทธ์ที่อยู่รอบตัวผมก็เลือกปิดทีวี คงเหลือแต่ผมที่สนใจการแสดงออกของท่านนายกฯ ผ่านหน้าจอ เพราะคอยจับตาดูว่าวันนี้คุณประยุทธ์จะบ่นใคร หรือจะหยอกสื่อมวลชนว่าอย่างไรอีก
บอกตามตรง ผมยังนึกไม่ออกว่ามีวิธีไหนที่ทำให้รายการนี้น่าสนใจมากขึ้น แต่ถ้าผมเป็นโปรดิวเซอร์ คงจะเริ่มจากการออกอากาศผ่านทีวีทุกช่อง และอาจจะให้พิธีกรสาวสวยมานั่งสนทนา หรืออาจจะให้ออกไปทำรายการนอกสถานที่บ้าง เหมือนสมัยคุณอภิสิทธิ์ ให้ความเป็นทหารดูอ่อนนุ่มบ้าง และแน่นอน บุคลิกทหารอาจต้องถอดทิ้งไปบ้างในวันที่สวมหมวกนายกฯ เต็มตัว เพราะในหมวกใหม่อย่างการเป็น “นักบริหาร” นั้น อาจต้องอาศัยภาพวิสัยทัศน์การบริหาร การมองภาพอนาคต เสริมด้วยการมองปัญหาของประชาชนอย่างเข้าใจ
แต่ที่สุดแล้ว “ฉากหลัง” ของท่านนายกฯ อาจไม่น่าสนใจเท่า “หลังฉาก” ของรัฐบาลว่ามีใครอยู่บ้าง กำลังวางแผนอะไร และมีวิสัยทัศน์อย่างไรในการพาประเทศไทยออกจากหลุมดำ ในหนึ่งปีเศษหลังจากนี้







