
ต้องเพิ่มรายได้
นโยบายคืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นโยบายคืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการ
ความทุกข์ของคนไทยในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองแล้ว แต่กลายเป็นเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของประชาชนที่กำลังเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพสูง ในขณะที่รายได้เพิ่มไม่ทันรายจ่าย
นอกจากนี้ ครัวเรือนไทยติดกับดักหนี้ ทุกครัวเรือนมีหนี้สินเพิ่มทำให้ต้องลดการบริโภคสินค้าที่ไม่จำเป็นลง นำเงินบางส่วนไปใช้ชำระหนี้ ดังนั้นการบริโภครวมของประเทศจึงขยายตัวต่ำมาก การค้าขายไม่คล่องเพราะเงินฝืด
สิ่งที่รัฐบาลจะใช้คืนความสุขให้คนไทย ก็คือการขอความร่วมมือผู้ผลิตสินค้า หรือซัพพลายเออร์ ที่นำสินค้ามาลดราคาภายในห้างสรรพสินค้า ขอให้ช่วยลดราคาสินค้าลงมาเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน
กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า มีห้างค้าปลีกสมัยใหม่และร้านสะดวกซื้อเข้าร่วมโครงการ 15 ราย มีสาขารวมกันทั่วประเทศ 12,763 สาขา โดยสินค้าที่นำมาลดราคาจะมีทุกชั้นทุกแผนกตั้งแต่ 2070% จะเริ่มดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 2430 ธ.ค.นี้
อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวไม่น่าจะช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนได้มากมาย เพราะตั้งแต่ต้นปีเศรษฐกิจชะลอตัวจากการชุมนุมทางการเมือง ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็ลดราคาขายทั้งปีอยู่แล้ว สินค้าที่นำมาลดราคา 5070% ส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าที่ตกรุ่น ค้างสต๊อกมานาน ใกล้จะหมดอายุ นำมากองสุมให้ประชาชนเลือกซื้อ
หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย และต้องการให้ของขวัญกับประชาชน ก็ควรจะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการของประชาชนและเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี และเน้นหนักไปในทางสินค้าอุปโภคและบริโภค ที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่าจะไปเน้นในเรื่องของเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะสินค้าเหล่านี้จะเป็นสินค้าที่มีความสำคัญรองลงมา หากผู้ซื้อมีเงินจำกัด
นอกจากนี้ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำก็คือหามาตรการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนจะช่วยได้ตรงจุดมากกว่า การลดรายจ่ายเพียงด้านเดียวแต่รายได้ไม่เพิ่มขึ้น โครงการที่รัฐบาลทำก็จะช่วยประชาชนได้เพียงครั้งเดียว ไม่อาจช่วยเหลือปากท้องชาวบ้านได้อย่างถาวร
สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำคือการไขก๊อกให้เงินไหลออกมาสู่ระบบ ผ่านโครงการลงทุนของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น โครงการซ่อมแซมถนน ขุดลอกคูคลอง เป็นต้น ในระยะสั้นควรเร่งใช้จ่ายในโครงการขนาดเล็ก ส่วนโครงการขนาดใหญ่ เป็นโครงการที่จะต้องเปิดประมูล จัดซื้อ อาจจะใช้เวลานานเกินไปที่จะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจ้างงาน







