ศาลอนุญาตฝากขัง3"อัครพงศ์ปรีชา"
ศาลพระโขนงอนุญาตฝากขัง5ผู้ต้องหาพันแก๊ง"พงศ์พัฒน์"ผลัดแรก12วัน ส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ศาลพระโขนงอนุญาตฝากขัง5ผู้ต้องหาพันแก๊ง"พงศ์พัฒน์"ผลัดแรก12วัน ส่งตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ศาลจังหวัดพระโขนง เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ว่า วันนี้ (28พ.ย.) เวลา 15.45น. พนักงานสอบสวนสน.พระโขนง ได้นำผู้ต้องหาจำนวน5คน เครือข่ายของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดังต่อไปนี้
1.นาย หรือพันตรีณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา ผู้ต้องหาที่1
2.นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา ผู้ต้องหาที่2
3.นายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา ผู้ต้องหาที่3
4.นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ ผู้ต้องหาที่4
5.นายชากานต์ ภาคภูมิ ผู้ต้องหาที่5 มาขออนุญาติฝากขังจำนวน12วัน ตั้งแต่วันที่24พ.ย.57-9ธ.ค.57โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันข่มขืนใจให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือเสรีภาพโดยมีอาวุธ โดยร่วมกันตั้งแต่5คนขึ้นไป และหน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน แและร่วมกันมีอาวุธปืนพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสำควรแก่พฤติการณ์ ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นรัชทายาท ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์คดีว่า เมื่อวันที่27มี.ค.57 เวลาประมาณ 07.00น. ผู้ต้องหาที่5 กับพวกรวม5คน ได้พากันมาดักรอผู้เสียหายที่บ้านตั้งอยู่บริเวณแขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนบังคับและจับตัวผู้เสียหายขึ้นรถบอกว่าจะพาไปยังบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่พุทธมณฑลสาย3 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กทม.เพื่อพบกับผู้ต้องหาที่1 เมื่อไปถึงผู้ต้องหาที่1ก็แนะนำตัวว่าเป็นบุคคลข้างต้น
จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวก็บังคับให้ผู้เสียหายติดต่อกับผู้ที่อ้างว่าเป็นลูกหนี้ให้มาเจราจาเกี่ยวกับหนี้สินที่มีอยู่กับผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหนี้ ผู้เสียหายได้พยายามติดต่อกับผุ้ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นลูกหนี้ โดยนัดพบกับผู้ต้องหาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตบางนา กทม. ปรากฏว่าผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นลูกหนี้ไม่ยอมมาพบ จึงได้ควบคุมผู้เสียหายไว้ที่บ้านหลังดังกล่าว จนกระทั่งถึงวันที่ 21มี.ค.57 เวลา 01.00น.จากนั้นจึงได้ปล่อยตัวผู้เสียหายไประหว่างที่ควบคุมตัวผู้เสียหายนั้น ยังลักบัตรประจำตัวประชาชน ในอนุญาตขับรถยนต์ เงินสด 1,800-2,000บาท สุราจำนวน1ขวด ถึงเอกสารทำงานจำนวน 1 ถุง เป็นความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112,309วรรคสอง,310ทวิ,371 ตามพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ.2490 มาตรา7,8ทวิวรรคหนึ่ง,72,72ทวิ ประกอบประมวลกฏหมายอาญามาตรา 83 ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีอีกทั้งกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพลหากปล่อยตัวไปจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน
ศาลอนุญาติให้ฝากขังผู้ต้องหาตามคำร้องของพนักงานสอบสวน โดยได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งห้าไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันนี้







