
เรื่องของน้ำมัน
ขณะนี้ท่านผู้อ่านคงจะได้ทราบกันแล้วว่า องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปกนั้น ตัดสินใจลดกำลังการผลิตลงหรือไม่ หรือว่าจะคงกำลังการผลิตไว้เช่นเดิม โดยปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดต่อไป
ขณะนี้ท่านผู้อ่านคงจะได้ทราบกันแล้วว่า องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปกนั้น ตัดสินใจลดกำลังการผลิตลงหรือไม่ หรือว่าจะคงกำลังการผลิตไว้เช่นเดิม โดยปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดต่อไป
ประเด็นที่น่าจับตามองก็คือ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าจะผิดปกติวิสัยของราคาน้ำมันอยู่ไม่น้อย ซึ่งสมาชิกโอเปกเองก็แตกออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือสมาชิกที่เป็นกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ที่ต้องการคงกำลังการผลิตไว้เช่นเดิมเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐ
ส่วนประเทศสมาชิกที่ไม่ใช่ประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย อย่างเช่น เวเนซุเอลา นั้น ประเทศพวกนี้ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ประเทศพวกนี้อยากให้ลดกำลังการผลิตลงเพื่อดันให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นครับ
ตัวแปรสำคัญของราคาน้ำมันในขณะนี้ก็คือ การผลิตน้ำมันจากแหล่งหินดินดาน หรือเชลล์ออยล์ ในสหรัฐที่เริ่มผลิตได้มากขึ้น และทำให้ราคาน้ำมันในอเมริกาเหนือนั้นมีราคาถูกลงนั่นเอง เมื่อสหรัฐต้องการน้ำมันจากภายนอกลดลง ก็กดราคาให้ปรับลดลงมาตลอดครับ อย่างเมื่อ 2 วันก่อน ราคาหลุด 74 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ไปแล้ว ไปอยู่ที่ 73.69 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำสุดในรอบ 4 ปีทีเดียว
ราคาน้ำมันที่ปรับราคาลงอย่างมากเช่นนั้น แน่นอนว่าสำหรับสหรัฐเองนั้นเรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกไม่กี่ตัวต่อกี่ตัว
ประการแรก เป็นผลพลอยได้ทางการเมือง บรรดาชาติที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐ ที่โกยรายได้จากน้ำมันนั้นย่อมอ่อนแอลงไปอย่างเห็นได้ชัด เวเนซุเอลและรัสเซียถือเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดครับ
ประการที่สอง ราคาน้ำมันในสหรัฐที่ถูกลงนั้นน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐได้มากขึ้นตามไปด้วย โดยในขณะนี้ราคาน้ำมันในสหรัฐตกอยู่ที่แกลลอนละประมาณราวๆ 3 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ซึ่งถูกกว่าเมื่อช่วงต้นปีที่ราว 4.5 เหรียญสหรัฐ/แกลลอน ครับ(1 แกลลอน ราวๆ 3.78 ลิตร) และราคาน้ำมันที่ถูกลงนี้ อาจจะทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐกระเตื้องขึ้นได้เช่นกัน
สำหรับเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันในถูกลงนั้นถือว่าถูกลงอย่างถูกจังหวะพอสมควร เพราะอาจจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น และช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้บ้าง หลังจากที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเงินฝืดอยู่ในขณะนี้ แต่กระนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าแปลกครับ ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกถูกลง แต่การใช้จ่าย การบริโภคในตลาดโลกกลับไม่กระเตื้องขึ้น จนทำให้ภาวะเงินฝืดกลายเป็นปัญหาใหม่ระดับโลก น่าเสียดายครับ ที่ตลอดช่วงเวลาหลายเดือนที่ราคาน้ำมันปรับลดลงมานี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโลกแต่อย่างใด







