posttoday
แก้ส่งออกให้ตรงจุด

แก้ส่งออกให้ตรงจุด

28 พฤศจิกายน 2557

แม้การส่งออกเดือน ต.ค.จะเพิ่มได้ถึง 3.97% หรือมูลค่า 20,164 ล้านเหรียญสหรัฐ มากสุดในรอบ 21 เดือนที่ผ่านมาขณะการนำเข้าลดลง 4.88% หรือ 20,132 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เดือน ต.ค.ที่ผ่านมาไทยได้ดุลการค้า 31.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้การส่งออกเดือน ต.ค.จะเพิ่มได้ถึง 3.97% หรือมูลค่า 20,164 ล้านเหรียญสหรัฐ มากสุดในรอบ 21 เดือนที่ผ่านมาขณะการนำเข้าลดลง 4.88% หรือ 20,132 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เดือน ต.ค.ที่ผ่านมาไทยได้ดุลการค้า 31.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

รวมทั้งแนวโน้มการส่งออกที่ผงกหัวขึ้นในเดือน ต.ค. ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเดือนที่เติบโตมาก เพราะเป็นช่วงส่งออกสินค้า เพื่อให้ผู้นำเข้าที่ต่างประเทศไปกระจายสินค้าขายได้ทันช่วงเทศกาลคริสต์มาสปีใหม่จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้กระทรวงพาณิชย์เชื่อว่าการส่งออกปีนี้ของไทยน่าจะยังเป็นบวกได้ แม้จะเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% หากการส่งออกใน 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้เดือน พ.ย.-ธ.ค. ต้องส่งออกได้เดือนละ 1.9 หมื่นล้านบาท จะทำให้ทั้งปีส่งออกเพิ่มได้ 0.05% ถ้าส่งออกได้เดือนละ 1.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ทั้งปีส่งออกได้เพิ่ม 0.5%

ท่ามกลางแนวโน้มส่งออกที่เริ่มดีขึ้นแค่เดือน ต.ค.ดังกล่าว ไม่อยากให้รัฐบาลวางใจมากนักว่า 2 เดือนสุดท้าย รวมถึงปีหน้าการส่งออกของไทยกำลังฟื้นตัว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์หวังปีหน้าส่งออกจะโตได้ 4% เพราะหากรัฐบาลยังไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ยุทธศาสตร์ส่งออกไม่ชัด ไม่ต่อเนื่องเปลี่ยนไปตามรัฐบาลที่เข้ามา สินค้าบางกลุ่มปรับตัวตามเทคโนโลยี ความต้องการตลาดส่งออกไม่ทัน ปัญหาการขาดแรงงาน มาตรการดึงการลงทุนไม่ให้ย้ายฐานผลิต การโฟกัสตลาดที่ยังเติบโตดีเช่นอาเซียนช่วงขณะที่รอตลาดใหม่ที่ไปสร้างฐานไว้ยังไม่ก่อดอกออกผล

ทั้งนี้ เพราะหากมองย้อนหลังการส่งออกช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ การส่งออกมีตัวเลขเป็นบวกแค่ 4 เดือน จาก 10 เดือน และตัวเลขส่งออกที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ถึง 3% เพราะสองปัจจัยใหญ่จากเศรษฐกิจโลกที่หดตัว และช่วงครึ่งปีแรกจากการเมืองในประเทศ โดยในครึ่งปีแรกที่โดน 2 ปัจจัยลบ ตัวเลขส่งออกเพิ่มเล็กน้อยแค่เดือน ก.พ.เพียงเดือนเดียว พอปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลายเมื่อกลางปี การส่งออกก็โดนผลจากย้ายฐานผลิตรถยนต์ไปอินโดนีเซีย การย้ายฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำ ทำให้ส่งออกที่พอจะเริ่มหายใจได้ต้องร่วงลงไป

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกตลาดจีนที่เป็นอีกตลาดหลักของไทยโตน้อยกว่าที่คาด ตลาดสหรัฐเพิ่งเริ่มฟื้นยังไม่แข็งแรง ตลาดยุโรปอ่อนแอลง รวมถึงตลาดญี่ปุ่นโตต่ำกว่าคาด

นอกจากนี้ ประเทศไทยควรจะยอมรับได้แล้วว่า จากฐานการส่งออกที่ใหญ่ขึ้น เฉลี่ยที่เดือนละกว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป ทำให้การเติบโตของการส่งออกคงจะไม่โตได้มากด้วยเลขสองหลัก 10-15% ต่อไปแล้ว แต่คงโตที่ตัวเลขหลักเดียว ทว่าเมื่อมองแง่เม็ดเงินอาจบวกลบเพิ่มหรือลดไม่มากกว่าเดิม

จากปัจจัยทั้งหมดจะเห็นได้ว่า หากรัฐบาลไม่ไปแก้ปัญหาที่ต้นตอให้ตรงจุด ก็อย่าหวังว่าส่งออกของไทยจะเป็นหัวหอกช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เหมือนในอดีต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท