posttoday
สภาวะอสมมาตรของสารสนเทศ

สภาวะอสมมาตรของสารสนเทศ

28 พฤศจิกายน 2557

อาจารย์ไชยันต์ ไชยพร แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เพิ่งตีพิมพ์ผลงานว่าด้วยทฤษฎีการเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผล หรือ Rational Choice Theory ออกมาเป็นหนังสือขนาดเขื่อง คือ จอน เอลสเตอร์ กับทฤษฎีการเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผล คงด้วยเหตุที่อาจารย์ไชยันต์สอนปรัชญาการเมือง ท่านจึงเลือกนำเสนอทฤษฎีดังกล่าวผ่านความคิดของนักคิดคนสำคัญของสำนักนี้ คือ จอน เอลสเตอร์ ที่เสนอบทวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเกี่ยวกับบทบาทของเหตุผลในวิธีคิด การตัดสินใจและพฤติกรรมของมนุษย์ ทั้งในระดับปัจเจก บุคคล และในระดับสังคม รวมทั้งผลลัพธ์ ข้อจำกัด และนัยต่อการเข้าใจปัญหาต่างๆ ในความสัมพันธ์ทางสังคมที่เกิดตามมาจากการใช้กรอบวิธีคิดดังกล่าว

อาจารย์ไชยันต์ ไชยพร แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เพิ่งตีพิมพ์ผลงานว่าด้วยทฤษฎีการเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผล หรือ Rational Choice Theory ออกมาเป็นหนังสือขนาดเขื่อง คือ จอน เอลสเตอร์ กับทฤษฎีการเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผล คงด้วยเหตุที่อาจารย์ไชยันต์สอนปรัชญาการเมือง ท่านจึงเลือกนำเสนอทฤษฎีดังกล่าวผ่านความคิดของนักคิดคนสำคัญของสำนักนี้ คือ จอน เอลสเตอร์ ที่เสนอบทวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเกี่ยวกับบทบาทของเหตุผลในวิธีคิด การตัดสินใจและพฤติกรรมของมนุษย์ ทั้งในระดับปัจเจก บุคคล และในระดับสังคม รวมทั้งผลลัพธ์ ข้อจำกัด และนัยต่อการเข้าใจปัญหาต่างๆ ในความสัมพันธ์ทางสังคมที่เกิดตามมาจากการใช้กรอบวิธีคิดดังกล่าว

เนื้อที่ไม่พอจะเปิดประเด็นสำคัญมากมายที่บทวิเคราะห์ของเอลสเตอร์ และบทวิพากษ์ที่อาจารย์ไชยันต์นำเสนอไว้ในหนังสือได้ครบถ้วน คนที่สนใจรัฐศาสตร์และศาสตร์เกี่ยวกับมนุษย์ในสังคมไม่ควรพลาดโอกาสที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎีที่รุกเข้าครองความเป็นใหญ่ในโลกสังคมศาสตร์ในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์ เพื่อทำความเข้าใจประเด็นสลับซับซ้อนที่เกิดขึ้นจากทฤษฎีที่มีฐานคติเบื้องต้นเรียบง่ายยิ่งว่า ปัจเจกบุคคลตัดสินใจเลือกกระทำการจากการพิจารณาทางเลือกที่จะให้ผลลัพธ์สูงสุดต่ออรรถประโยชน์ของตน นัยสะท้อนจากตัวอย่างง่ายๆ ที่ทฤษฎียกมาสาธิตจะรื้อพลิกความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ อันเกิดจากพฤติกรรมมนุษย์ ผู้คิดและตัดสินใจด้วยเหตุผล

ประเด็นหนึ่งที่ทฤษฎีการตัดสินใจเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผลแสดงให้เห็นคือการตัดสินใจที่ตอบสนองอรรถประโยชน์ในระดับบุคคล อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ในระดับสังคมที่ไม่สมเหตุสมผลเพราะทำให้อรรถประโยชน์ที่ทุกฝ่ายน่าจะได้รับลดน้อยลงกว่าที่เป็นไปได้ และน้อยกว่าที่ควรจะเป็น หรือประเด็นหนึ่งที่ใกล้เคียงกันคือ การรักษาประโยชน์ของปัจเจกบุคคลก่อให้เกิดความล้มเหลวในการบรรลุถึงอรรถประโยชน์สูงสุดที่เป็นไปได้ของทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นได้จากการที่คนเหล่านั้นร่วมมือตกลงกระทำการร่วมกัน โดยทั้งหมดนั้นอาจหมายถึง ผู้ซื้อผู้ขาย ผู้เป็นเจ้าของอำนาจกับผู้ทำงานแทน กลุ่ม สมาคม ตลาด สังคม หรือทั้งโลกก็ได้

แต่พร้อมกันนั้น โดยเหตุที่มนุษย์มีความสามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้ ดังนั้นเมื่อเห็นว่าการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลในระดับบุคคลก่อให้เกิดผลร้ายแก่ส่วนรวม หรือขัดขวางโอกาสที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์มากขึ้นโดยไม่ทำให้ใครต้องเสียประโยชน์ลดลงไปถ้าสามารถกระทำการร่วมกันได้ หรือเกิดความร่วมมือระหว่างกัน มนุษย์ก็ใช้การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลนั้นเอง สร้างกลไกทางสังคมที่มีลักษณะเป็นสถาบันขึ้นมาใช้ เพื่อลดทอนข้อจำกัดการบรรลุอรรถประโยชน์ของสังคม หรือเพื่อสร้างเงื่อนไขที่ช่วยยกระดับอรรถ ประโยชน์ของทุกฝ่ายให้ดีขึ้นจากการกระทำการร่วมกันหรือความร่วมมือระหว่างกัน

ดังตัวอย่างการจัดความสัมพันธ์ระหว่างผู้เป็นเจ้าของอำนาจ (Principal) กับตัวแทนผู้ทำการในนามของเจ้าของอำนาจ (Agent) เช่น ระหว่างเจ้าของคอกม้ากับจ๊อกกี้คนขี่ม้า ความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้นในภาวะอสมมาตรของสารสนเทศระหว่าง 2 ฝ่าย ที่ทำให้ผู้เป็นเจ้าของอำนาจไม่อาจล่วงรู้ได้โดยตลอดว่าตัวแทนผู้ที่กำลังทำการอยู่นั้น ทำไปอย่างรักษาผลประโยชน์ให้แก่ตนผู้เป็นเจ้าของอำนาจเพียงใด เพราะเมื่ออนุมานตามทฤษฎีการเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผลว่ามนุษย์แต่ละคนย่อมถือประโยชน์ส่วนตัวและเลือกทางเลือกที่จะขยายอรรถประโยชน์ส่วนตัวให้มากที่สุดเป็นที่ตั้งแล้ว ถ้าการดำเนินการนั้นยังตรวจสอบยาก หรือไม่อาจแสดงให้เห็นประจักษ์ชัดอย่างโปร่งใสได้ว่าตัวแทนนั้นกำลังรับผิดชอบต่อพันธกิจที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติเพียงใด ไม่ว่าข้อจำกัดนั้นจะเกิดจากลักษณะของงานที่ปฏิบัติก็ดี หรือเกิดจากเหตุผลอื่นเช่นมีกฎหมายจำกัดไว้ก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่าง Principal กับ Agent ที่ควรจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย ก็จะล้มเหลวลง หรือไม่อาจเกิดขึ้นได้แต่แรก จากภาวะอสมมาตรของสารสนเทศ

แต่การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลก็ทำให้มนุษย์เห็นด้วยว่าเขาจะได้รับประโยชน์ร่วมกันดีขึ้นทุกฝ่าย ถ้าลดทอนปัญหาอสมมาตรของสารสนเทศลงได้ การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลนำไปสู่การสร้างกลไกเชิงสถาบันขึ้นมาจัดการสภาวะอสมมาตรดังกล่าว กลไกด่านแรกคือกระบวนการคัดกรองเพื่อเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง กลไกด่านสุดท้ายคือกระบวนการรับผิด-เอาผิดในกรณีที่ปฏิบัติหน้าที่เสียหาย ข้อจำกัดของกลไกแบบแรกจะเกิดขึ้นถ้าไม่มีตัวเลือกให้เลือกได้อย่างที่ต้องการ ข้อจำกัดสำคัญของกลไกด่านสุดท้ายคือถ้าความเสียหายนั้นเอาผิด/ลงโทษไม่ได้ถนัด เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าตามมา ปัญหาเอาผิดไม่ได้ในลักษณะนี้จะทำให้ตัวแทนผู้นั้นกระทำการเสี่ยงที่เป็นวิบัติต่อเจ้าของอำนาจหรือคนอื่นๆ ได้อีกในโอกาสต่อไป ดังเรียกปัญหานี้ว่า Moral Hazard

การสร้างความเป็นเหตุเป็นผลยังเหลืออีกอย่างน้อย 2 ทาง คือ การทำให้ผู้เป็นตัวแทนกำกับดูแลตนเองโดยสำนึกหรือโดยจรรยาบรรณ และการตรวจสอบการปฏิบัติงานจากภายนอก ผู้เขียนขอทิ้งประเด็นให้ผู้อ่านพิจารณาต่อ เพราะพื้นที่ถูกจำกัดแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท