posttoday
‘ผมเกลียดประเทศไทย’ กลยุทธ์ใหม่หนุนท่องเที่ยว

‘ผมเกลียดประเทศไทย’ กลยุทธ์ใหม่หนุนท่องเที่ยว

28 พฤศจิกายน 2557

หลังจากคลิปวิดีโอยาวกว่า 5 นาที

หลังจากคลิปวิดีโอยาวกว่า 5 นาที

“I hate Thailand” (ผมเกลียดประเทศไทย) เผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดกระแสพูดคุยและวิพากษ์วิจารณ์ แม้กระทั่งสื่อนอกหลายสำนัก เช่น เอพี ซีทีวี สื่อแคนาดา นิวยอร์กเดลี เป็นต้น ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวไปเล่าขานในนามของกลยุทธ์ใหม่ของไทยที่จะบรรเทาภาพลักษณ์ “ไม่ดี” ของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ

คลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นเรื่องราวของชายชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่าเจมส์ มาเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทย 1 สัปดาห์ แต่หลังจากที่งานปาร์ตี้ริมชายหาด “เจมส์” กลับพบว่ากระเป๋าคาดที่บรรจุพาสปอร์ตและกระเป๋าสตางค์ของเขาได้หายไปแล้ว หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวจึงไปโวยวายกับทางตำรวจ และได้รับคำตอบเพียงว่าใจเย็นๆ

แน่นอนว่า ทำให้เจมส์หัวเสียจนกระทั่งออกมาบอกว่า “ผมเกลียดที่นี่ ผมเกลียดประเทศไทย” อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเจมส์ได้พบกับหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่งที่เข้ามาช่วยเหลือ แม้ทีแรกเจมส์จะงงงวยและตอบกลับไปว่าไม่มีเงินตอบแทนสาวคนดังกล่าว ซึ่งสาวคนดังกล่าวก็แค่บอกว่า “ไม่เป็นไร สงสาร”

หลังจากนั้นเจมส์พบว่า ชาวบ้านคนท้องถิิ่นได้ช่วยกันออกตามหากระเป๋า รวมถึงให้ที่พักกับเจมส์ ที่ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนพื้นเมือง คลิปวิดีโอดังกล่าวเฉลยในภายหลังว่า ลิงต่างหากเป็นผู้ขโมยกระเป๋าของเจมส์ไป และหลังจากที่เจมส์ได้เป็นเพื่อนกับชาวบ้านและท้องถิ่น เจมส์ก็ได้ตัดสินใจเป็นครูสอนเด็กต่างจังหวัดอยู่ในประเทศไทย

ทั้งนี้ คลิปวิดีโอดังกล่าวส่งเสริมการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นั่นเอง ทางสำนักข่าวเอพี ระบุว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่อยู่บนโลกออนไลน์ และคลิปวิดีโอดังกล่าวที่ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ใดๆ ว่า เป็นการลงทุนของรัฐบาลหรืออัพโหลดอินเทอร์เน็ตโดยบัญชีผู้ใช้ของเจ้าหน้าที่รัฐ มีผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านครั้ง

เอพี รายงานว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์ในการจัดการกับการท่องเที่ยวไทย ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ย่ำแย่ของการท่องเที่ยวไทยก็ว่าได้ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดน้อยลงหลังจากการรัฐประหารเมื่อเดือน พ.ค. และจากคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวที่เกาะเต่าเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทางการประเทศไทยได้คาดการณ์ว่าในปีนี้ปริมาณนักท่องเที่ยวจะปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

สื่อต่างชาติดังกล่าวยังระบุอีกว่า ภายหลังทางเจ้าหน้าที่ ททท.ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ขณะนี้ เป็นภาพยนตร์สั้นแนวโรแมนติกคอมเมดี้สำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการขนาดใหญ่ที่จะกู้คืนภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ และชักชวนให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยวไทยคิดเป็นถึง 7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของประเทศไทย

ธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นความตั้งใจในการส่งเสริมชื่อเสียงด้านการบริการและน้ำใจของคนไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลการวิจัยเกี่ยวกับการสื่อสารทางการตลาดโดยไม่พูดถึงแบรนด์ ที่มีแนวโน้วจะได้ผลมากกว่าการสื่อสารโฆษณาตามแบบแผน

ทั้งนี้ เว็บไซต์ทราเวลเลอร์แห่งออสเตรเลีย ยังระบุอ้างคำสัมภาษณ์ของธวัชชัยว่า สารที่มากับคลิปวิดีโอดังกล่าวมี 2 รูปแบบ คือ สารสำหรับคนในประเทศ ที่เป็นการบอกให้คนไทยด้วยกันเองมีน้ำใจไม่เอาเปรียบคนต่างชาติ และยื่นมือเข้าช่วยนักท่องเที่ยวทุกครั้งที่มีโอกาส และสำหรับชาวต่างชาติ คลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นการบอกว่า ประเทศไทยไม่ได้มีดีแค่ชายหาดสวยงามเท่านั้น แต่ผู้คนในประเทศเองก็มีน้ำใจและพร้อมช่วยเหลือคนต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม แม้กระแสตอบรับคลิปวิดีโอดังกล่าวจะเป็นไปเชิงบวก แต่เว็บไซต์ทราเวลเลอร์แห่งออสเตรเลีย ระบุว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบเช่นเดียวกัน โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยเกินกว่าที่วีซ่ากำหนด เช่นเดียวกับตัวละครหลักในคลิปวิดีโอของ ททท.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท